เข้มยังปกคลุมกระโจมใกล้ ชายแดนของต๋าต๋าบรรยากาศเงียบสงัดอย่างยิ่ง ทหารลาดตระเวนถึงคราผลัดเวร บ้างก็อดนอนมาทั้งคืน บ้างก็เพิ่งตื่นจากนิทรา ส่วนมากแล้วกำลังหมดแรง เป็นช่วงเวลาที่ตื่นตัวน้อยที่สุดพอดี
ขณะนี้เองที่มีเสียงแหกปากดังทำลายความสงบ!
“ข้าศึกบุก! ข้าศึกบุก! กองทัพต้าเฉียนบุกมาแล้ว! ข้าศึกบุก…”
ตอนแรกบางคนถึงกับฟังไม่ชัด นึกว่ากำลังอยู่ในห้วงฝัน เดินไปหลายก้าวกว่าจะได้สติ ตกตะลึงพรึงเพริดจนอ้าปากค้าง
กระโจมทุกหลังเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่ทันที
พลทหารที่เพิ่งหลับฝันรีบสวมเกราะเตรียมเข้าร่วมศึก ส่วนทหาร เฝั้ายามที่มีหน้าที่แจ้งข่าวรีบกระโดดขึ้นหลังม้าตะบึงไปยังราชสำนัก!
ใครจะไปคาดถึงการบุกโจมตีสายฟั้าแลบอันผิดแปลกนี้ไม่ใช่วสันตฤดูอันอบอุ่น ทั้งยังไม่ใช่ยามกลางวันซึ่งมีแสงตะวันสว่างไสว แต่กลับเป็นคืนเหมันต์อันหนาวเย็นที่พวกเขาไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้โดย สิ้นเชิง!
การจู่โจมโดยอีกฝั่ายไม่ทันตั้งตัว อาศัยว่าเตรียมการมาอย่างดีก็ ไม่ต้องกังวลจะแพ้พ่าย
ดังคำกล่าวว่า ‘การทำศึกก็คือการเล่นกล’
ต๋าต๋าอ๋องเหยียนต๋ากำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์ เมื่อคืนเพิ่งทำศึกใหญ่กับ สนมหลายนางอย่างเต็มที่อันที่จริงเพิ่งพักผ่อนได้ไม่นานก็พลันได้ยินสัญญาณเตือนจากข้างนอก จึงปวดเศียรเวียนเกล้าแทบระเบิด หลังเรียกทหารแจ้งข่าวเข้ามาสอบถามก็เดือดดาลจนยกเท้าถีบโต๊ะบนพรมหนังแกะกระเด็น
“อยู่ดี ๆ ต้าเฉียนบุกโจมตีได้อย่างไร หรือจะม