้าไปใหญ่
เจียงเสวี่ยหนิงเดินไปเมียงมอง หากบอกว่าไม่นับถือเลยคงโกหก
เพียงแต่นอกจากนับถือแล้ว ยังอดหวาดหวั่นด้วยไม่ได้ครั้นเห็นว่าใกล้จะถึงนอกประตูเมือง นางจึงถามอย่างเพิ่งนึกได้ “ตอนแรกไม่ใช่บอกว่าหลี่ว์เสี่ยนจะมาเบิกทางให้ก่อน ส่วนฟางอิ๋นจะมาถึงช้ากว่าสองสามวันหรอกหรือเจ้าคะ แต่หลี่ว์เสี่ยนยังมาไม่ถึงเลยนี่นา วันนี้ฟางอิ๋นถึงเร็วกว่ากำหนดสองสามวันเสียแล้ว”
เซี่ยเวยตอบ “นิกายสวรรค์ก่อความวุ่นวายไม่สะดวกให้ใช้ทางหลวง ทุกอย่างล้วนต้องเตรียมการให้พร้อม ระหว่างนั้นอาจเกิดเหตุเหนือความ คาดหมายอะไรเข้ากระมัง”
ขอแค่เสบียงมาถึงก็พอ
ต่อให้เกิดเหตุไม่คาดฝันอันใด เขาก็ไม่กังวลนัก
บริเวณประตูเมืองมีผู้คนคับคั่ง เบียดเสียดแน่นขนัดจนน้ำสักหยดก็ ไม่อาจเล็ดลอด
ทว่ายามเซี่ยเวยพาเจียงเสวี่ยหนิงมาถึง บนประตูเมืองก็มีนายทหาร ตาแหลมสังเกตเห็น จึงมีคนกลุ่มหนึ่งลงมาเปิดทางข้างหน้าให้
ครั้นเดินผ่านอุโมงค์ประตูเมืองก็เห็นทิวทัศน์ภายนอกได้ชัดเจน
หน่วยขนส่งเสบียงสัมภาระทยอยเข้ามาจากสุดทางหลวง แค่กวาดตามองก็ดูออกว่ามาจากคนละที่
เจียงเสวี่ยหนิงถึงกับเห็นตราร้านค้าบางส่วนจากเมืองต้าถงแห่งมณฑลซานซี
กองทัพส่งทหารกลุ่มหนึ่งมาโดยเฉพาะ รอจนเจ้าหน้าที่ฝังนั้นถือ สมุดบัญชีตรวจนับทีละอย่างจนเสร็จแล้วพยักหน้า ถึงค่อยลากรถเหล่านี้ไปคลังเสบียงของกองทัพภายในเมือง
โหยวฟางอิ๋นกับหลี่ว์เสี่ยนยืนอยู่ข้างเจ้าหน้าที่ฝังที่กำลัง