ทำบัญชี คนหนึ่งถึงสมุดบัญชีคล้ายกำลังก้มศีรษะพูดบางอย่างเสมียนอายุมากแล้ว พอถูกสองคนนั้นจับจ้องมือที่กำพู่กันก็ถึงกับสั่น
หลี่ว์เสี่ยนแทบจะมองด้วยสายตาเย็นชา
ส่วนโหยวฟางอิ๋นย่นหัวคิ้วเล็กน้อย นิ้วมือวาดผ่านตัวหนังสือบนสมุดบัญชีทีละบรรทัดอย่างรวดเร็ว สีหน้าแฝงความจริงจังตั้งใจอย่างบอกไม่ถูก
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นใต้กระโปรงจีบสีฟั้านกยูงของนางเลอะโคลนเต็มไปหมดมาแต่ไกล พอเดินเข้าใกล้ก็ยิ่งพบว่านิ้วมือที่กำลังพลิกสมุดบัญชีของ นางเย็นจนแดง ถึงขั้นมีบาดแผลจำนวนหนึ่ง
นางขมวดคิ้วเรียกขาน “ฟางอิ๋น”
ครั้นโหยวฟางอิ๋นได้ยินสุ้มเสียงอันคุ้นเคยหันหน้ามาเห็นนาง คิ้วตา ก็ผ่อนคลายทันใด รีบวิ่งมาหาโดยไม่ทันวางสมุดบัญชีเสียด้วยซ้ำ “คุณหนูรอง!”
เจียงเสวี่ยหนิงจับมือนางไว้แล้วเงยหน้าพิจารณาปรางแก้ม รู้สึกว่า ผอมกว่าเดิมหนึ่งรอบไม่รู้เหตุใดในใจถึงบังเกิดโทสะ อารมณ์ไม่ค่อยดีนัก “อยู่เจียงหนานก็ดีแล้วเชียว เรื่องขนส่งเสบียงพรรค์นี้ให้เหรินเหวยจื้อทำ ก็ได้ เจ้าจะมาร่วมวงด้วยตัวเองทำไม”
โหยวฟางอิ๋นพลันอึกอักนางมองเจียงเสวี่ยหนิงขณะเอ่ยตะกุกตะกัก“หลังหารือกับเถ้าแก่ หลี่ว์ มีเสบียงสัมภาระหลายอย่างต้องโยกย้ายที่เมืองใกล้ ๆ อยู่ดี ข้าเกรงว่าอาศัยแค่ตราทางการพวกร้านค้าต่าง ๆจะไม่ยอมไว้หน้า เลยคิดจะเดินทางไปเองสักรอบน่ะเจ้าค่ะ ไม่กี่วันก่อนฝนตกหนัก ระหว่างทาง เปียกแฉะจนเดินทางไม่สะดวก ขามาก็เลยมอมแมมหน่อย ไม่ได้เจอ