ขากลับเจียงเสวี่ยหนิงบังเอิญเจอเยี่ยนหลิน
ดูจากทิศทางน่าจะไปหาเซี่ยเวย
ครั้นเห็นนางหน้าคล้ำเขียวประหนึ่งดื่มยาพิษท่วงท่ายามย่างก้าวราวกับเหยียบปุยเมฆ เขาจึงตกตะลึงแล้วมองด้านหลังนางผาดหนึ่ง ก่อนจะถาม ว่า “เป็นอะไรไป เพิ่งกลับจากไปพบเซี่ยเซียนเซิงหรือ”
ในปาก ลำคอ กระทั่งทั่วท้องของเจียงเสวี่ยหนิงกำลังผุดไอเปรี้ยว ไม่อยากพูดสักประโยคเดียว โบกมือตอบว่า “วันนี้เซี่ยเซียนเซิงเหมือนจะอารมณ์เสีย ไปหาก็ระวังหน่อย”เยี่ยนหลินจับต้นชนปลายไม่ถูก
ระหว่างเจียงเสวี่ยหนิงพูดก็เกือบอาเจียนแห้งๆ รีบลาเยี่ยนหลินแล้ว กลับห้องตัวเอง
เล่นเอาเยี่ยนหลินหลากใจอยู่บ้าง
เขาจ้องแผ่นหลังนางสักพักด้วยท่าทางครุ่นคิด
ทว่าก็ยังไปหาเซี่ยเวยตามเดิม
ระหว่างทางบังเอิญเจอเจี้ยนซูอย่างเลี่ยงไม่ได้เขาถามเจี้ยนซูว่ายกอาหารไปทำอะไรเจี้ยนซูเผยรอยยิ้มไม่น่าชมนัก บอกว่าเอาไปให้สุนัขกิน
เยี่ยนหลินพลันพิศวงอีกครา
ไม่นานก็มาถึงนอกเรือนเซี่ยเวย เห็นเตาฉินซึ่งยืนอยู่ค้อมกายเล็กน้อยแสดงความเคารพ ตามด้วยเดินขึ้นหน้าโค้งกายคารวะไปทางประตูแล้วกล่าวว่า “เยี่ยนหลินมาพบเซียนเซิงขอรับ”
เซี่ยเวยเรียกให้เขาเข้าไป
พอเขาเข้าไปก็พินิจสีหน้าเซี่ยเวย แลสงบสุขไม่ผิดจากปกติชัด ๆ มองไม่เห็นความ ‘อารมณ์เสีย’ อะไรนั่นที่เจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งเอ่ยถึงสักกระผีก
ทั้งสองคุยกันเรื่องเสบียง
ตอนนี้ย่างเข้าฤดูหนาว อากาศทางเหนือเย็นเยียบลงเรื่อย ๆ
จะเปิดศึกกันอย