ู่แล้ว หากขาดเสบียงวันหนึ่งทุกคนย่อมขาดความ มั่นใจไปหนึ่งวัน หลี่ว์เสี่ยนที่ควรมาถึงวันนี้ตามแผนเดิมของพวกเขาไม่มีข่าวคราวเสียทีจึงน่าวิตกเล็กน้อย
ทางเซี่ยเวยเองก็จับตาดูข่าวเรื่องเสบียงสัมภาระเป็นระยะจึงทราบดี กล่าวเพียง “หลี่ว์เสี่ยนที่มาก่อนไม่ได้นำอะไรมาด้วย คนจากนาเกลือ ตระกูลเหรินซึ่งจะตามมาไม่กี่วันจากนั้นต่างหากรับผิดชอบเสบียงสัมภาระ ถ้าหลี่ว์เสี่ยนมาไม่ทันตามกำหนดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอแค่หลังจากนี้คนของ นาเกลือตระกูลเหรินมาถึงตามกำหนดเป็นพอ หลี่ว์เสี่ยนผู้นี้คงรู้ดีอยู่แล้วว่าควรทำเช่นไร ไม่จำเป็นต้องกังวลแทนเขาหรอก”
ความหมายในถ้อยคำชัดเจนอย่างยิ่ง…
อย่างไรเสียหลี่ว์เสี่ยนก็ไม่ได้รับผิดชอบการขนเสบียงสัมภาระ ต่อให้เกิดเหตุไม่คาดฝันตายกลางทางก็ไม่มีอะไรต้องเสียดาย
ดีที่หลี่ว์เสี่ยนไม่อยู่ มิฉะนั้นหากได้ยินเข้าคงโกรธจนควันออกเจ็ดทวารแน่
ในที่สุดเยี่ยนหลินก็มองความ ‘อารมณ์เสีย’จากคำพูดนี้ออกเล็กน้อย
เซี่ยเวยพอจะจับสังเกตได้ ถามว่า “มีอะไร”
เยี่ยนหลินช้อนตาตอบ “ขามาเมื่อครู่บังเอิญเจอหนิงหนิง เห็นนางท่าทางไม่สู้ดีนัก บอกข้าว่าวันนี้เซียนเซิงคล้ายจะอารมณ์เสียน่ะขอรับ”
หนิงหนิง
นิ้วเรียวยาวของเซี่ยเวยพลิกเปิดคัมภีร์เต๋าในมือไปหน้าหนึ่ง คิ้วงามดั่งขุนเขาน้ำหมึกอันไกลโพ้นเลิกขึ้น เอ่ยเสียงเบาพร้อมรอยยิ้มคล้ายไม่ใส่ใจ “แม่นางน้อยไม่ค่อยเชื่อฟัง สั่งสอนสักหน่อยสิดี ข้าไม่เห็นจะมีอะไรไ