ม่ดี ตรงไหน”
เยี่ยนหลินมองเขาโดยไม่กล่าวคำ
เซี่ยเวยเคลื่อนสายตามองแวบหนึ่งด้วยท่าทีเยือกเย็นเช่นเดิม เสมือนไม่รู้สึกว่าตนพูดอะไรไม่ถูก จากนั้นข้ามไปสนทนาเรื่องอื่นในกองทัพราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
*****
ตกลงคนแซ่เซี่ยเป็นบ้าอะไรกันแน่
หลังจากเจียงเสวี่ยหนิงกลับถึงห้องก็บ้วนปากหลายครั้งติด ทั้งยัง อมผลไม้เคลือบน้ำตาลอีกหลายลูกถึงพอจะสะกดความเปรี้ยวลงได้ ทว่าพอกดความเปรี้ยวไว้ได้ ความสงสัยก็ค่อย ๆ ผุดพรายแทน
นางไร้ข้อสันนิษฐานแม้สักนิดเลยหรือ
ย่อมไม่ถึงขนาดนั้น
บางครั้งเซี่ยเวยผู้นี้ก็ทำอะไรโจ่งแจ้งนัก
หากบอกว่านางคาดเดาไม่ออกเลยก็คงขัดต่อความเป็นจริงเกินไป
แต่หากสันนิษฐานได้แจ่มแจ้งเกินก็จะก่อปัญหาให้ตัวเองอย่างไม่อาจเลี่ยง
ไม่สู้แกล้งโง่หน่อยดีกว่า
ถึงอย่างไรเซี่ยจวีอันก็รู้จักวางตัว เพียงทำแต่ไม่พูด คงรู้เช่นกันว่า กระดาษกรุหน้าต่างบางแผ่นก็มิอาจแทงทะลุ[1]
เพราะหากเจาะขาดขึ้นมาจริง ๆ จะกระอักกระอ่วนกันหมดนางจึงคิดว่าต่อให้คนผู้นี้จะไม่ปลื้มหรือหัวเสียก็คงไม่ทรมานนางมากเกินหรอก หรือต่อให้เขาอยาก แต่นางจะยังส่งตัวเองไปให้เขาจัดการแบบ โง่ ๆ เช่นครานี้อีกหรือไร
เจียงเสวี่ยหนิงเชื่อว่าเรื่องพรรค์นี้จะมีแค่ครั้งแรกไม่มีครั้งสอง
ด้วยเหตุนั้นถึงวางใจลงไม่น้อย
ครึ่งชั่วยามก่อนหน้ากินน้ำส้มสายชูไปมากพอแล้วที่เรือนเซี่ยเวย ครึ่งชั่วยามหลังเลยให้ห้องครัวทำอาหารอร่อย ๆ หลายอย่างมาปลอบขวัญ เสมื