อนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วันที่สอง เซี่ยเวยไม่ได้ส่งคนมาตามตัวดังคาดเจียงเสวี่ยหนิงจึง เตร็ดเตร่ในเมืองและซื้อลูกข่างมาด้วยลูกหนึ่ง
วันที่สาม เซี่ยเวยกับเยี่ยนหลินออกจากเมืองไปตรวจตราค่ายทหาร เจียงเสวี่ยหนิงพาสาวใช้เล่นไพ่ใบไม้กันทั้งคืน
วันที่สี่ เซี่ยเวยเรียกทหารระดับสูงมาประชุมเจียงเสวี่ยหนิงพบเหลาสุราที่ดีสุดในเมือง ทั้งยังดื่มนิด ๆ หน่อย ๆ ไปสองจอก
วันที่ห้า…
วันที่ห้า ในที่สุดเซี่ยเวยก็ว่างเช้าตรู่วันนั้นเจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งจะลืมตา เสียงของเจี้ยนซูที่มาเชิญก็ดังเร่งเร้าจากข้างนอกประหนึ่งทำพิธีเรียกวิญญาณ
นางสะดุ้งตื่นเต็มตา
แม้บอกปัดแค่ไหน อ้างสารพัดสิ่งปานใด นางผู้หมายมาดจะไม่ตก หลุมเดิมเป็นครั้งที่สองซ้ำยังมีปณิธานแน่วแน่จะปฏิเสธให้ได้ ก็ไม่อาจต้านทานคำพูดแผ่วเบาประโยคหนึ่งของเจี้ยนซู“เซียนเซิงบอกว่า หากท่านไม่ยอมไปดี ๆ จะจับมัดไปก็ได้ขอรับ”
“…”
เจียงเสวี่ยหนิงยอมแล้ว
ไม่คิดไม่ฝันเลยว่านอกจากขุดหลุมให้คนเขากระโดด[2] ยังมีวิธีการ บังคับอย่างหน้าไม่อายเช่นนี้อยู่ด้วย ช่างหยาบช้าต่ำทรามเสียจริง!
ครั้นมาถึงเรือนเซี่ยเวยก็พบอาหารชั้นเลิศโต๊ะหนึ่งดังคาด
เจียงเสวี่ยหนิงกินอย่างอกสั่นขวัญแขวนราวกำลังทดสอบพิษ
ทว่าเหนือความคาดหมายตรงหนนี้เป็นอาหารชั้นเลิศทั้งโต๊ะของจริง เป็นความเปรี้ยวที่ชวนให้นิ้วชี้กระตุก[3] เป็นความเผ็ดที่ชวนให้น้ำลายสอ เนื้อชุบแปั้งทอดน้ำมันกรุบกรอบจิ้มน้ำแกงสีขาวขุ่น