ระหว่างทางเจียงเสวี่ยหนิงอดคิดไม่ได้ว่ายามเจอหนุ่มน้อยในวันวาน อีกครั้งเขาจะเป็นอย่างไรเมื่อลำบากยากเข็ญมาสองปี หมดสิ้นฐานะซื่อจื่อแห่งจวนหย่งอี้โหวอันสูงส่ง เขาจะทุกข์ตรมคับข้องใจหรือไม่ แล้วจะกลายสภาพเป็นเช่นใดหนอ
ชาตินี้ต้องดีกว่าชาติที่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ไม่ว่านางจะวาดภาพในหัวเพียงไรก็ไม่อาจจินตนาการออก กลับกลายเป็นว่าใบหน้าแม่ทัพหนุ่มผู้หวนคืนราชสำนักพร้อมชัยชนะจากสงครามเมื่อชาติก่อนผุดขึ้นจากส่วนลึกของความทรงจำอยู่เนืองนิตย์ ทำ เอานางหลั่งเหงื่อเย็นทั่วสรรพางค์กายนั่นคือคนผู้ถูกเรื่องทางโลกและความแค้นครอบงำโดยสมบูรณ์
เวลานั้นเขาสวมชุดขาว ประคองโลงศพของเสิ่นจื่ออีกลับมาตามถนนสายยาวในเมืองหลวงแต่ไกล ทว่าปราศจากความโศกที่ควรมี ทั้งร่างแผ่ กลิ่นอายอันดุดันจากการเผชิญสงครามดวงตาสงบเยือกเย็นเปียมความ หนักแน่น ยามมองผู้อื่นโดยไม่พูดจาเสมือนงอกหนามแหลมทิ่มแทง ด้วย เหตุนี้แม้จะเป็นเค้าโครงอันคุ้นเคยเจียงเสวี่ยหนิงกลับไม่อาจมองใบหน้า ดังกล่าวแล้วหวนนึกถึงสภาพของหนุ่มน้อยผู้ใช้ชีวิตสำราญเมื่อกาลก่อนได้
ทว่าตอนนี้ คล้ายว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปทั้งนั้นเขาสูงขึ้นแล้ว ผิวพรรณซึ่งเคยขาวผ่องเยี่ยงคุณชายสูงศักดิ์ถูกแดด เผาจนคล้ำ คิ้วตาแม้จะผ่านความเปลี่ยนแปลงของสายน้ำและขุนเขามาตลอดสองปี ทว่าดวงตาสุกสกาวกระจ่างใสกลับอบอุ่นร้อนแรงประหนึ่งดวงตะวันแผดเผา องอาจผ่าเผยราวจันทร์สว่างบนฟากฟั้า พ