านให้ดวงใจร้อนรุ่มยามได้ยินกระแสเสียงทุ้มต่ำที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้า
เขาสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบอยู่บ้าง จึงขูดหน้านางหน่อย ๆ
เดิมทีเขาเป็นถึงท่านโหวน้อยผู้ใช้ชีวิตหรูหราในเมืองหลวงที่มักได้รับทุกสิ่งที่ต้องการ
เจียงเสวี่ยหนิงเงยหน้ามองเนิ่นนาน ลำคอแห้งผาก เพิ่งจะเรียก “เยี่ยนหลิน” ได้คราหนึ่งก็กระบอกตาร้อนผ่าว สะอึกสะอื้นไม่เป็นคำ
สองปีผ่านไป ดรุณีน้อยยิ่งงามเฉิดฉินกว่าเก่า
รูปร่างอรชร ผิวขาวดุจหิมะ เรือนผมดำขลับ
ยามดวงตาเปียกชื้นมองมาใจเขาก็อ่อนยวบยาบ ชวนให้นึกถึงลูกกวางน้อยในม่านหมอกพงไพร เยี่ยนหลินอยากประคองนางไว้อย่างเบามืออยากจะหยอกให้นางหัวเราะ อยากอยู่เล่นเป็นเพื่อนนาง ให้ใบหน้านี้ผลิ รอยยิ้มบานจนใจเต้นไม่เป็นส่ำ
ชั่วขณะที่กอดนางไว้ในอ้อมอก คือช่วงเวลาอันแสนสุขที่เขาไม่เคยมีตลอดสองปี
จวนโหวประสบเภทภัย ถูกริบทรัพย์และเนรเทศ
เขากับครอบครัวเดินทางไกลจากเมืองหลวงไปหวงโจว ระหว่างทาง ถึงกับถูกลอบสังหารหลายครั้ง ทว่าก็มีคนลอบคุ้มครองอยู่เสมอ และเป็นเพราะมีโทษติดตัว หลังมาหวงโจวจึงยิ่งถูกใช้แรงงานหนัก เดิมทีสุขภาพ ของบิดาก็ไม่สู้ดีนักระหว่างทางยังเผชิญลมหนาวอีก ผ่านมานานก็ยังไม่มีวี่แววจะหายดี
คนทั้งบนและล่างวิ่งเต้นจะเชิญท่านหมอมาดูอาการก็ล้วนต้องใช้เงิน
ตอนนั้นเองเขาเพิ่งได้รู้ว่าหีบที่เจียงเสวี่ยหนิงลอบให้คนนำมาส่ง หนักอึ้งขนาดไหน
ไม่นานนักก็ได้จดหมายจากเซี่ยเซียนเซิง
ความช่วยเหลือ