ปลายเดือนเก้าต้นเดือนสิบ เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าฤดูหนาว
ถึงอย่างไรจี่หนานก็อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำหวาย สภาพอากาศหนาวเย็นแทบจะพอ ๆกับช่วงฤดูหนาวของทางภาคใต้
สองปีมานี้เจียงเสวี่ยหนิงอาศัยอยู่ทางตอนใต้เป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ สัมผัสสภาพอากาศหนาวแห้งมานาน พอจู่ ๆ ก็เจออากาศเช่นนี้จึงไม่ชินนัก ระหว่างพักอยู่ศาลาว่าการเมืองจี่หนานกับเซี่ยเวยจึงไม่มีกะจิตกะใจ ออกไปหาความสำราญ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง
ร่างกายนางฟืนฟูอย่างรวดเร็ว
แม้ตอนอยู่บนเขาจะตึงเครียดแสนสาหัส แต่นางก็หลับเต็มอิ่มระหว่างเซี่ยเวยแบกขึ้นหลังพาเดินทางกลับ ซ้ำพอคืนสติก็มีท่านหมอคอยบำรุงร่างกายอันอ่อนล้าให้อย่างดี ไม่กี่วันก็กลับมากระปรี้กระเปร่าเป็นปกติ
เซี่ยเวยกลับไม่สู้ดีนักไปพักหนึ่ง
ท่านหมอโจวบอกว่าย่ำพื้นหิมะนานเกินไปขาและเท้าจึงถูกหิมะกัด ทางที่ดีที่สุดคืออย่าเดินไปไหนมาไหนสักพัก ทั้งยังเห็นท่านหมอต้มยายกไปให้ถึงห้องเป็นระยะ สะพายถุงยาและพกเข็มสำหรับนวดกระตุ้นให้โลหิต ไหลเวียนติดตัวไปด้วย
กระทั่งวันที่หก เจียงเสวี่ยหนิงบังเอิญผลักหน้าต่างเห็นเขายืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน
จะอย่างไรเซี่ยเวยก็เป็นขุนนางใกล้ชิดฮ่องเต้นับเป็นขุนนางใหญ่ใน ราชสำนัก
ตั้งแต่เขามาถึงศาลาว่าการเมืองจี่หนานข้าราชการจำนวนไม่น้อยในซานตงต่างแห่แหนมาเยี่ยมเยียน เขาเองก็ไม่ปฏิเสธผู้ใดเช่นเดียวกับตอน อยู่ทงโจว ทว่าไม่พูดถึงเรื่องจะไปด่านชายแดนสักนิด