ภาพเบื้องหน้าเจียงเสวี่ยหนิงมืดสนิทแทบทันใด สติสัมปชัญญะ ขาดหาย ระหว่างสะลึมสะลือดุจเข้าสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ทีแรกนางยัง หนาวเหน็บ ภายหลังถึงรู้สึกว่าร่างกายค่อย ๆ ได้รับความอบอุ่น กระทั่ง ท้ายที่สุดความหนาวเย็นก็สลาย
นางหลับสบายเป็นพิเศษ
คงเพราะช่วงติดถ้ำต้องคอยระแวงความเป็นไปรอบด้านและห่วงเซี่ยเวย นางเลยวิตกตลอดเวลา ขณะนี้เมื่อได้หลับตาเสียทีทั้งที่อาจยังไม่ปลอดภัย ความเหนื่อยล้าสั่งสมก็ทำให้ผล็อยหลับจนได้รู้สึกเลือนรางว่าคล้ายมีเสียงอึกทึกรอบ ๆ ตัวหลังจากโคลงเคลงอีกระลอกจึงเงียบสงบ
เจียงเสวี่ยหนิงถูกความหิวปลุกให้ตื่น
พอลืมตาท้องก็คำราม ภาพตรงหน้าพร่ามัวสิ่งรอบตัวราวกับมี ละอองหมอกบดบัง นางสัมผัสได้ว่าตนนอนอยู่บนเตียง ผ้าไหมนุ่มนิ่ม อุ่นจัด ตรงฝั่าเท้าเหมือนจะมีเตาอังเท้าร้อนกรุ่นอัดไว้ ภายในม่านมุ้งอัน วิจิตรมีกลิ่นหอมจางโชยมา
นางกะพริบตาอยู่หลายหนกว่าจะมองเห็นชัด
ปรากฏว่าที่นี่คือห้องซึ่งตกแต่งค่อนข้างหรูหราโต๊ะและเก้าอี้ทำจากไม้สาลี่เคลือบเงา บนกำแพงแขวนภาพพู่กัน ต้นบ๊วยและต้นไผ่ที่เขียนอักษรประกอบ บนโต๊ะเล็กทรงสี่เหลี่ยมติดหน้าต่างจุดกำยานไว้ ดูเหมือนคนจุดเพิ่งจะออกไปได้สักพัก แท่งกำยาน ปักหลวม ๆ ตรงมุมโต๊ะ กิ่งบ๊วยขาวก้านเรียวสองกิ่งปักในแจกันทรงผอมแลเรียบง่ายไม่ฉูดฉาด
เจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งตระหนักรับรู้ แทบสงสัยว่าตัวเองกำลังหลับฝัน หรือไร ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้
ความทรงจำสุดท้