้าน “ไม่…ไม่ได้ถามอย่างอื่นแล้วขอรับ”
“…”
นิ้วที่กดสายพิณนิ่งสนิทจากนั้นก็ค่อย ๆ ผ่อน
ผ่านไปสักพักเซี่ยเวยถึงกล่าว “เข้าใจแล้วเจ้าออกไปเถอะ”
โจวฉีหวงราวกับได้รับนิรโทษกรรม รีบถอยกรูด
เซี่ยเวยยังคงนั่งเงียบอยู่เนิ่นนานหลังจากเขาไป
อารมณ์ชนิดหนึ่งแล่นขึ้นมาตามปลายนิ้ว
คราวนี้เขารับรู้ได้ชัดเจนคล้ายหยดน้ำกระทบใส่ เคลื่อนไหลให้สัมผัสคล้ายมีคล้ายไม่มีล่องลอยยากจะจับต้อง แม้รู้แน่ว่าเล็กจ้อยดุจฝุั่นธุลีทว่ากลับพันพัวอยู่ในใจ
ปลาทองสองสามตัวที่เลี้ยงในโถกระเบื้องขาวราวกับพลอยได้รับ ผลกระทบจากความว่างโหวงหยุดว่ายวนเงียบ ๆ
เซี่ยเวยเอื้อมมือช้า ๆ คิดจะดีดสายพิณ ทว่าเพิ่งยกมือก็ค่อย ๆ ดึง แล้วเอาแต่ทอดตามอง
จนกระทั่งข้างนอกมีเสียงความเคลื่อนไหวแว่วเข้ามา
เป็นเสียงน่ารักที่แฝงความไม่พอใจเล็กน้อย“อย่ามาบอกข้าเชียวว่าเซียนเซิงของพวกเจ้าหลับแล้ว เปินกูเหนียง[2]มีเรื่องต้องถามต่อหน้าให้ รู้เรื่อง!”
ปลาในโถว่ายหนีทันที
หางงดงามโบกสะบัดจนน้ำกระเซ็น
นิ้วมือของเซี่ยเวยกระตุกเบา ๆ เศษธุลีในใจที่คล้ายเคลื่อนไหว ล่องลอยในใจจึงหล่นร่วง เขาเม้มปากทว่าความขบขันก็ยังคงปรากฏหลายส่วนแสงตะวันที่ทะลุผ่านกระดาษหน้าต่างกระทบนัยน์ตาประดุจแก้ว วาวใส
เจียงเสวี่ยหนิงผลักประตูคราเดียวเปิดปราศจากความเกรงใจแม้สักส่วนเสี้ยว
——————–
1. จางจ้งจิ่ง เป็นแพทย์แห่งหนานหยางสมัยฮั่นตะวันออก ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ทางการแพทย