ล้ว”เสียงพิณหยุดทันควัน
เซี่ยเวยตอบด้วยเสียงราบเรียบที่ยังคงแฝงด้วยความแหบพร่าส่วนหนึ่ง “เชิญคนเข้ามา”
โจวฉีหวงจึงเข้าไป
ภายในห้องปิดหน้าต่างสนิท ทว่ายังมีแสงสว่างลอดผ่านกระดาษกรุหน้าต่าง บนเตียงเตามีโต๊ะเตี้ย ๆ พิณวางพาดเฉียงอยู่ด้านบน
เซี่ยเวยนั่งอยู่ข้างพิณ
ชุดคลุมสีขาวหิมะแผ่ลงด้านข้าง ผมสยายปรกหน้าสาบเสื้อซึ่งแบะอ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยนอกจากงดงามแล้วยังเหมือนปล่อยเนื้อปล่อยตัวท่อนขาถูกความเย็นกัดเพราะเดินทางในหิมะมานาน เวลานี้จึงห่อตัวใต้ผ้านวม ชันเข่าชิดกันและเอามือข้างหนึ่งเท้าศีรษะ
ครั้นคนเข้ามา เขาก็ถามโดยไม่เงยหน้า “ฟืนแล้วหรือ”
โจวฉีหวงค้อมตัวเล็กน้อยขณะกล่าว“บังเอิญเพิ่งฟืนตอนไปเยี่ยมไข้พอดีขอรับร่างกายอ่อนเพลียเล็กน้อย ไม่ได้เป็นอะไรมาก”
นิ้วมือเซี่ยเวยลูบสายพิณแผ่วเบาแล้วถามอีก“นางได้ถามอะไร หรือไม่”
โจวฉีหวงแอบช้อนตาพินิจมอง ใจเต้นตูมตามขณะกล่าวเสียงเบา “ถามเรื่องผงห้าศิลาของท่านขอรับ”
สายพิณสั่นไหว ทว่าถูกนิ้วของเขากดเอาไว้จึงไม่มีเสียงเล็ดลอด
แต่เซี่ยเวยคล้ายได้ยินเสียงนั้นดังในใจตน
เงียบไปครู่หนึ่งก่อนซักต่อ “แล้วอย่างไรอีก”
หน้าผากของโจวฉีหวงหลั่งเหงื่อเย็นไหลพลั่กมือไม้สั่นอย่างไม่อาจควบคุม พยายามระลึกย้อนก็พบว่าคุณหนูรองหนิงถามเพียงสองประโยค นึกอย่างอื่นไม่ออกแล้วจริง ๆ
แต่เซี่ยเซียนเซิง…
เขาพลันตระหนักว่าตนอาจก้าวสู่สมรภูมิบางอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจ กล่าวตัวสั่นสะท