ผงอาหารเย็น แต่เดิมเป็นตำรับยารักษาผู้ปั่วยที่จางจ้งจิ่ง[1]คิดค้น เพียงแต่ปัจจุบันเหล่าชนชั้นสูงค่อนข้างติด อีกทั้งของสิ่งนี้ยังมีพิษมากกว่าสรรพคุณทางยา การบริโภคจึงนำภัยมาให้นับไม่ถ้วน ทว่าเซี่ยเซียนเซิงบริโภคแค่ เล็กน้อยเพื่อเพิ่มความร้อนให้แก่ร่างกายยามคับขัน จึงไม่ค่อยเป็นปัญหา และไม่ถึงขั้นเสพติดหรอก”
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงงัน
ท่านหมอกลับหัวเราะ “เซี่ยเซียนเซิงเสี่ยงเดินทางยากลำบาก เกิด เรื่องวุ่นวายหนักหนาตาแก่คนนี้ย่อมต้องพยายามรักษาเขาเพื่อท่านสุดความสามารถ ทว่าโรคทางใจยากจะรักษา จึงต้องขอแม่นางโปรดลงแรงให้มากหน่อยนะ”
รักษาเพื่อนาง?
ขอให้นางลงแรง?
เจียงเสวี่ยหนิงตั้งสติไม่ทัน
ท่านหมอเขียนใบสั่งยาเสร็จก็ส่งให้เสียวเปั่าก่อนจะออกจากห้อง ไปเอง เดินตามระเบียงวนไปยังเรือนตะวันตก ยินเสียงพิณแว่วเป็นระยะไม่ปะติดปะต่อ เข้ากับอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยของผู้บรรเลงพิณในขณะนี้
ไม่รู้ด้วยเหตุใด เตาฉินกับเจี้ยนซูจึงต่างรั้งอยู่นอกห้อง
พอท่านหมอมาถึง ทั้งสองก็แทบหันมองพร้อมกันเตาฉินยืนอยู่กับที่
เจี้ยนซูก้าวเข้ามาถาม “ท่านผู้เฒ่าโจว เป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
โจวฉีหวงเองก็เป็นคนนิกายสวรรค์ แม้จะแบกหีบยาด้วยร่างกายชรา ทว่ายังดูแข็งแรงยิ่งนัก เขาหัวเราะกล่าว “ฟืนแล้ว”
จากนั้นชี้ไปที่ห้อง “ดีดพิณอยู่หรือ”
เจี้ยนซูผงกศีรษะ เดินไปเคาะประตูส่งเสียงรายงาน “ผู้เฒ่าโจวมา ขอรับ บอกว่าคุณหนูรองหนิงฟืนแ