ื่นมือไว้
เซี่ยเวยถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนจะเงื้อมือสับต้นคอนางให้ หมดสติ พึมพำเสียงค่อยคล้ายแว่วไกลห่าง “เจ้าย่างเนื้อได้กระเดือกยากจริง ๆ”
นางแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาทำอะไรลงไป
ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนดับวูบ นางล้มยวบ
เซี่ยเวยกางแขนรับทันที มองสีขาวโพลนรอบๆ แล้วได้แต่คิดว่า หนก่อนนางเป็นหมอกำมะลอที่รักษาจนเขากลับเมืองหลวงมาเกือบครึ่งปี ก็ยังทนดมกลิ่นโลหิตไม่ได้ มาหนนี้นางเป็นแม่ครัวตัวปั่วน กินเข้าไปแล้วก็ชวนให้กังขาว่าเนื้อที่นางย่างกับเนื้อที่ตนย่างเป็นคนละชนิดกัน…
แม่นางน้อยไม่ไหวเลยจริง ๆเขาพกผงห้าศิลาไว้กับตัวก็จริง
แม้พูดยากว่าไม่คิดอยากจะลองสักครั้ง
แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่เคยลองจริงสักหน่อย
หนิงรองช่างกังวลเกินเหตุ แสดงท่าทางเหมือนพร้อมแตกหักกับเขา ได้ทันทีด้วยซ้ำ ยังต้องรีบออกเดินทางอยู่แท้ ๆ กลับไม่รู้จักเรียงลำดับ ความสำคัญหน่อยเลยหรือ
เซี่ยเวยพลิกนิ้วคีบกระดาษห่อผงนั้นขึ้นมา
ถึงอย่างไรก็ยังหนาวสั่น
เขามองเจียงเสวี่ยหนิงในอ้อมกอดแล้วหลุบตา ไม่ได้สนใจของสิ่งนี้เท่าเมื่อก่อนแล้ว เพียงกัดฉีกมุมหนึ่งตรงซองกระดาษกลืนยาทั้งหมดในห่อผ่านไปสักพักจึงเริ่มรู้สึกอุ่นจนถึงขั้นร้อนผ่าวตามแขนขา ทำให้เขารู้สึกว่า ลมหิมะรอบตัวคล้ายเบาลงมาก
ในที่สุดเซี่ยเวยก็แย้มยิ้ม ก้มลงจุมพิตแผ่วเบาตรงหว่างคิ้วที่ขมวดมุ่นน้อย ๆ ก่อนจะแบกนางขึ้นหลังอย่างระมัดระวังและเดินมุ่งหน้าไป
——————–1. ชื่อของเจี