ลงถึงเพิ่งค้นพบว่าตนกลัวแทบตาย
ร้องไห้จนหนำใจเสร็จก็ผลักเซี่ยเวยออกกลับไปนั่งเติมฟืนใส่กองไฟ อีกครั้ง ทั้งยังโยนเอาๆ ไม่หยุดเสียด้วย
ภาพฉากนี้ออกจะบรรยายไม่ถูก
เซี่ยเวยค่อย ๆ หลุดหัวเราะเจียงเสวี่ยหนิงเห็นก็เงื้อกิ่งไม้ฟาดพื้น แหวใส่อย่างดุร้าย “ขำอะไร ของท่าน คนกลัวแมวอย่างท่านมีสิทธิ์มาขำด้วยหรือ หากไม่มีข้าคนนี้ ปั่านนี้ท่านโดนพวกมันแทะเกลี้ยงไปแล้ว!”
เซี่ยเวยรู้ว่านางอารมณ์เสียเป็นเด็ก ๆ จึงไม่ได้ตอบโต้
เพียงหักท่อนไม้ที่นางโยนทิ้งเข้ากองไฟ
เจียงเสวี่ยหนิงเช็ดใบหน้าแล้วรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยากร้องไห้อีก ร้องจนข้างนอกสว่างถึงรู้สึกท้องว่างโหวง จึงเดินดุ่มไปคว้ากระต่ายปั่าเสียบไม้มาส่งให้เซี่ยเวยก่อนกล่าวอย่างพื้นเสีย “ข้าหิวแล้ว”แต่ไหนแต่ไรจะกินอาหารต้องให้เซี่ยเวยทำ
เขาเองก็รับมาโดยไม่ว่าอะไร
ทั้งสองเริ่มย่างกระต่าย
เจียงเสวี่ยหนิงกินไปมากเพื่อระงับอารมณ์ส่วนเซี่ยเวยเหมือนไม่ อยากอาหาร กินเนื้อแค่สองชิ้นก็วาง
หิมะข้างนอกคล้ายตกเบาลง ทว่าละอองหิมะยังคงปลิวว่อน
ขาวโพลนทั่วทั้งหุบเขาและพงไพรทั้งยังมองไม่เห็นวิหคโบยบินและสัตว์ปั่าสักเท่าใด
หลังกินเสร็จ เจียงเสวี่ยหนิงก็ขมวดคิ้ว หยิบกิ่งไม้มาคำนวณกับพื้นว่าเสบียงอาหารเหลือกินได้อีกเท่าไร เหลือฟืนไว้เผาอีกกี่วัน จากนั้นทบทวน ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ต๋าต๋า พริบตานั้นก็นึกถึงเรื่องของเสิ่นจื่ออีขึ้นมา
กิ่งไม้ที่วาดพื้นอยู่พลันชะงัก
นางหันมอง