เซี่ยเวยแล้วถามอย่างลังเล “ก่อนหน้านี้ที่พวกท่านบอกว่า เยี่ยนหลินเร่งไปชายแดนก่อนเพื่อหาวิธีช่วยองค์หญิง แต่เป็นวิธีใดกันแน่ พวกเราล่าช้าอยู่กลางทางเช่นนี้จะไม่กระทบหรือ”
เซี่ยเวยนั่งอยู่ตรงนั้นราวกับใจลอย ไม่ตอบคำ
เจียงเสวี่ยหนิงทวนคำถามของตนซ้ำ ขณะจะขยับไปนั่งตรงกับเซี่ยเวย ก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลเป็นตรงไหนกันแน่นะ สมองคิดทบทวนแล้วมองเซี่ยเวยอีกครั้ง นางพบว่า…
เขากำลังนั่งมองหิมะ!
พื้นหิมะขาวโพลนให้ความรู้สึกอ้างว้างว่างเปล่า แสงจากฟากฟั้าส่องสะท้อนพื้นหิมะเข้าสู่ครรลองสายตาทั้งหมดเซี่ยเวยนั่งเงียบงันประดุจรูปปัน
ไม่รู้เพราะเหตุใด เจียงเสวี่ยหนิงพลันไม่สบายใจยิ่งกว่าตอนก่อน เผชิญแมวปั่าด้วยซ้ำนางร้องเรียก “เซียนเซิง”
เซี่ยเวยตอบโดยไม่หันมา “ไม่มีผลนักหรอก”
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงไม่สนใจคำตอบแล้วเพราะกำลังนึกถึงการคาดเดาอันน่ากลัวที่โหยวฟางอิ๋นเผยไว้ชาติก่อน ครั้นเห็นท่าทางตอนเซี่ยเวยจ้องไปข้างนอกอยู่กับที่แล้วก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความประหวั่น “เซี่ยเวย!”
เซี่ยเวยถาม “ว่าอย่างไร”นางหวาดกลัวจึงเข้าไปดึงเขาไม่ให้มองอีก“ไม่ต้องดูแล้ว!”
เซี่ยเวยจับจ้องนางด้วยนัยน์ตาที่มีแสงเงาวาบผ่าน “เจ้ารู้อะไรใช่หรือไม่”
เจียงเสวี่ยหนิงใจเต้นเหมือนรัวกลอง “รู้ รู้อะไร”
เซี่ยเวยหัวเราะ “ไม่รู้สิ เจ้ากลัวอะไรเล่า”
เจียงเสวี่ยหนิงฝืนทำเป็นนิ่ง “ข้าไม่ได้กลัว”
เซี่ยเวยยื่นมือไล้ปลายคางของนางเรื่อยมาถึงซอกคอ