ามว่า “เจ้าคือเสิ่นหลางหรือ”
เขาตอบว่า “ข้าเอง”
ตามด้วยเสียงชักดาบยาวจากฝัก หิมะหวีดหวิว เสียงหัวเราะเย็นเยียบเสียดกระดูกแผดดัง“ฆ่า!”
ฆ่า…
ฉับพลันตรงหน้าก็ถูกลมหิมะขวางกั้น เขามาก้าวขาอย่างทุลักทุเลในลำน้ำสายหนึ่งแว่วเสียงลูกแมวลอยมาจากสายลมหิมะ
เขารีบพุ่งเข้าไปตะโกนถาม “พวกเจ้าอยู่ที่ไหนกัน”
ไร้ผู้ใดตอบกลับ
เขาสะดุดหินก้อนหนึ่งล้มลงกับพื้น เมื่อลุกขึ้นมากลับพบว่าทั้งมือและร่างของตนเต็มไปด้วยสีแดง…ที่แท้ใต้ฝั่าเท้านั้นหาใช่ลำน้ำไม่ หากแต่เป็น ธารโลหิตซึ่งเจิ่งนองเป็นวงกว้าง สิ่งที่เท้าเขาสะดุดก็หาใช่ก้อนหินไม่ แต่ เป็นท่อนแขนเล็ก ๆข้างหนึ่ง
ความหวาดผวาพลันครอบงำจับจิตเขาก้าวถอยหลัง
ทว่าสายลมแรงก็กวาดเข้ามาพัดพาทุกสิ่งที่บดบังทัศนวิสัยออกสิ้น เผยกองภูเขาซากศพเด็กขนาดย่อม ทั้งท่อนแขนขาที่ขาด ซากร่างอัน เย็นชืดกองทับถม ลำคอที่ถูกปาดจนสะบั้น ชิ้นส่วนกะโหลกแหลกร้าว…
มีแมวสองสามตัวหมอบข้างบน กำลังก้มกินบางสิ่ง
พวกมันเนื้อตัวสกปรกมอมแมมทั้งยังผอมโซจนหนังหุ้มกระดูก รูป ศีรษะปูดโปนประหลาดยามหันมองเขาด้วยร่างแข็งตึง ซี่โครงสองข้างภายใต้ขนแห้งหร็อมแหร็มก็นูนเด่นสายตาหิวโหยแต่ละคู่ส่องแสงเรื่อเรืองในความมืด
แม้แต่เสียงร้องยังแหบต่ำชวนสะอิดสะเอียน!
“เมี้ยว!”
เสียงร้องกรีดแหลมเสียดแทง
เงามืดดำพุ่งปราดมาหาเขาปานอสุนีบาต!
“ท่านแม่…”
เซี่ยเวยได้สติ นิ้วมือสั่นสะท้าน ตอนลืมตากองไฟยังคงลุกไหม้ ทว่า เ