เฮามองเขาอยู่พักใหญ่ ก่อนโบกมือให้คนเหล่านั้นหลีกทาง
เขามาหยุดตรงหน้าสตรีโฉมสะคราญแล้วโอบกอดนางไว้ กล่าว แผ่วเบา “ท่านแม่ อย่ากลัวไปเลย”
นางกลับสะอื้นหนักกว่าเก่า กอดเขาแน่นไม่คลาย
จนมีคนมาจับแยก
เขาเห็นพวกนั้นลากนางไปทางอื่น ได้ยินเซียวฮองเฮาพูดขึ้นจาก ข้างหลัง “อาจะดูแลนางอย่างดี”
มีขันทีถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของเสิ่นหลางแล้วเปลี่ยนให้เขาสวม
นับตั้งแต่ถุงเท้า รองเท้า ไปจนถึงจี้หยก
ก่อนจะถูกผูกผ้าปิดตาอีกครั้ง เขาคุกเข่าโขกศีรษะสามคราไปทาง สตรีนางนั้นอย่างเงียบงันนางดิ้นอย่างบ้าคลั่งทว่ากลับดิ้นไม่หลุดเวลานี้ความมืดประหนึ่งกลายเป็นขุมนรกไร้ก้นบึ้ง
ส่วนเขาก็กำลังเดินงมเข้าไปท่ามกลางความมืดมิดนั้น
ครั้นได้ยินเสียงกลไกและทางลับเปิดออก ลมหนาวระลอกหนึ่งก็ พัดโกรกใส่หน้า
เขาถอดผ้าไหมที่ปิดตา เดินออกจากตำหนักเฉียนชิงเลียบลงตาม ขั้นบันไดหินทีละก้าว ศพข้าราชบริพารเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ตามซอกหิน หรือพื้นที่ต่ำมีโลหิตจับตัวแข็งและเย็นเฉียบไม่ต่างจากก้อนอำพันสีแดงก่ำ
หิมะยังคงโปรยปรายจากฟากฟั้า
เขาไม่รู้ว่าหิมะตกมาตลอดไม่เคยหยุดเลยนับแต่เข้าวังวันแรก หรือว่าหยุดไปแล้วตกใหม่ รู้สึกเพียงหนาวเหลือเกิน หนาวเสียจนปวดนิ้วมือ
ความฝันพังทลายขณะก้าวเดิน
ปุยหิมะขาวในค่ำคืนอันมืดมิด กลายเป็นผีร้ายที่ตะโกนใส่เขาสุดเสียง
ฉันพลันก็มีใบหน้าของคนแปลกหน้านับไม่ถ้วนซ้อนกันในครรลองสายตา
มืดทะมึน ดุร้าย และเย็นชา
มีคนถ