โปรดให้ข้าแผ่นดินตาย เจ้าจะบังอาจขัดขืนหรือ”
เซียวฮองเฮาตำหนิด้วยความหงุดหงิด “เงียบนะ!”
ครั้นหันกลับมาหาเขาใหม่ก็สวมสีหน้าใจดีกล่าว “ข้ารู้ดี ซื่อจื่อ เฉลียวฉลาดมาแต่เด็ก เป็นผู้ที่เข้าใจอะไรได้มากที่สุดและรู้ว่าควรตกลง หรือปฏิเสธ”
สตรีผู้ร่ำไห้สติแตกในที่สุด พุ่งมาทางนี้พร้อมคร่ำครวญ “ไม่ อย่าไป!”
เซียวฮองเฮาโบกมือ
เหล่าขันทีที่ยืนในมุมมืดออกมาจับนางลากไปที่อื่น เขาได้แต่รู้สึกว่า คนพวกนี้คล้ายความมืดผืนนั้นเสียเหลือเกิน ยามก้าวออกมาดั่งโลหิตหลั่งพรูจากความมืดมิด แต่ยามขยับกายกลับไร้สุ้มเสียงดั่งศพเดินได้
นิ้วสวมปลอกตกแต่งงามประณีตของเซียวฮองเฮาวางเบา ๆ ลงบน ไหล่ของเขา จับตัวเขาหันไปทางสตรีนางนั้นพร้อมหัวเราะกล่าว “ดูสิหลายวันมานี้มารดาเจ้าได้แต่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่จนอึดอัดแย่แล้ว อึดอัดเจียนบ้า หากนางเจ็บเจ้าก็จะปกปั้องนางใช่หรือไม่”
มือขององครักษ์กำกระบี่
ไม่รู้ชักจากฝักตั้งแต่เมื่อไร แสงคมสีขาวส่องสกาวในความมืด
พวกเขาจับกุมสตรีผู้บอบบาง
ทำให้นางไม่อาจส่งเสียงหรือดิ้นรน ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญ
ดวงเนตรอันมีน้ำตานองคล้ายกำลังวิงวอน
เขากะพริบตาก่อนถอนสายตากลับมาช้า ๆราวกับพบความสงบเย็นอันน่าประหลาด แล้วตอบกลับ “ข้ายินดีไปแทนองค์รัชทายาท ข้าแผ่นดินยินดีไปแทนเจ้าแผ่นดิน”
สตรีผู้อยู่ใกล้ตัวเขาหัวเราะอย่างพึงพอใจ
ส่วนสตรีผู้อยู่ห่างออกไปปิดหน้าโหยไห้
เขาจะเดินเข้าไปหา
ทว่ามีคนขวาง
เซียวฮอง