าวถึงว่าครั้นกวาดตามองรอบด้านก็พบแต่พงไพรหนาทึบ ลมหนาวโหยหวน ทางบนภูเขาขรุขระสูงชัน เดินได้ไม่นานก็ต้องหอบด้วยความเหนื่อยเจียนขาดใจ
เซี่ยเวยแขนยาวขายาว เบิกทางอยู่ข้างหน้า
แรกเริ่มเจียงเสวี่ยหนิงยังสนทนากับเขาบ้างต่อมาก็เริ่มหมดทั้ง อารมณ์และกำลัง ยังไม่พ้นสองเค่อหน้าผากก็มีเหงื่อผุดพรายเป็นชั้นเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทำได้แค่ก้มหน้าเดินต่อ ย่ำตามรอยเท้าที่เซี่ยเวยทิ้งไว้ เบื้องหน้า ก้าวทีละก้าวอย่างโรยแรง
กลางเขายามดึกเงียบเชียบ ทุกสรรพสิ่งไร้สำเนียง
กิ่งไม้แห้งและใบไม้เปือยทับซ้อนเป็นพรมชั้นหนากลางปั่า บริเวณที่ ตื้นจะจมลงไปได้ถึงครึ่งฝั่าเท้า บริเวณที่ลึกจะฝังขาคนไปได้ถึงครึ่งท่อน
เสียงมุ่งหน้าของพวกนางถูกขับให้ดังอย่างไร้สิ้นสุดท่ามกลางความ โล่งกว้างเงียบสงัด
บางครายังถึงขั้นชวนกังขาว่ามิใช่เสียงตนทว่ามีสิ่งอื่นตามหลังมา
ความรู้สึกเช่นนี้ช่างเคยคุ้นหาใดเปรียบ
เจียงเสวี่ยหนิงนึกว่าตนลืมเลือนไปนานแล้วทว่ายามสถานการณ์ดุจเดียวกันและชะตาอันคล้ายคลึงมาเยือนอีกครั้ง บรรดาความทรงจำไร้สาระในอดีตต่างปรากฏจากซอกหลืบที่ถูกความมืดปกคลุมมานาน
ประดุจโขดหินเผยตัวหลังน้ำลดแม้จะเปลี่ยนแปรจากรูปลักษณ์เดิมไปแล้วเพราะกระแสน้ำกัดเซาะ ฝุั่นทรายทับถม กระทั่งยังเคลื่อนขยับจากตำแหน่งเดิมด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังคงดำรงอยู่ อยู่มาโดยตลอดไม่เคยหายไป มีเพียงยามสภาพแวดล้อมปราศจากความวุ่นวายรบกวน โอบล้อมด้วยธรรมชาติอ