ถ้อยคำที่แทบไม่ต่างกันออกจากปากของเซี่ยเวย นางพลันบังเกิดข้อสันนิษฐานอันไม่เป็นมงคลนักเซี่ยเวยไม่อธิบายสิ่งใด ด้านหน้ามีกิ่งไม้ยื่นเอียงขวางทางเขาจึงเอื้อม มือไปหา เพิ่งจะหักกิ่งไม้ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวสวบสาบ บางสิ่งส่งเสียงดัง ‘ฟั่อ’
แทบจะเป็นเวลาเดียวกัน ความเจ็บแปลบคมปลาบพลันแล่นจาก บริเวณใกล้ฝั่ามือตรงนิ้วชี้ขวา
รูม่านตาเขาหดโดยพลัน
บางสิ่งกัดเขาเข้า ทว่าในความมืดเขากลับไม่ส่งเสียงใด พลิกมือใช้ รอยแตกแหลมคมของกิ่งไม้ที่หักแทงใส่ร่างเย็น ๆ อ่อนนุ่มนั้นอย่างแรงเกิดเสียง ‘ฉึก’ แผ่ว ๆเจียงเสวี่ยหนิงที่ตามหลังมาไม่ทันเห็น ถามขึ้นว่า “เซียนเซิง มีอะไร หรือเจ้าคะ”
เซี่ยเวยกลัวนางเสียขวัญจึงขว้างมันไปไกล ๆ
ตอบแค่ว่า “ไม่มีอะไร”
ทั้งสองมุ่งหน้าต่อกันเกือบสองชั่วยาม ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงร่างกายมนุษย์ปุถุชน นานเข้าย่อมเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา
เคราะห์ดีอยู่บ้างที่หากผ่านเส้นทางตรงหน้าไปก็ข้ามเขาลูกนี้ได้แล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงตามเซี่ยเวยมุดออกมานอกปั่ามองเห็นหุบเขาลึก ระหว่างภูเขาสองลูก ลำธารใสไหลลดเลี้ยวลงมาจากไกล ๆ ทางตะวันออกเริ่มสว่างเป็นสีขาวโพลนอย่างท้องปลา แสงรุ่งอรุณสายบางส่องลงมาจาก เงาร่มไม้ หมอกจางๆ ลอยล่องราวผ้าโปร่งบาง ในสายตาของคนที่ลำบากดั้นด้นมาตลอดทาง ภาพนี้กลับคล้ายแดนเซียนเหนือโลกมนุษย์ก็ไม่ปาน
นางปีติเป็นล้นพ้น รีบวิ่งลงไปทันใด ก่อนจะนั่งยอง ๆ ข้างสายธาร และก้มลงวักน้ำใส่แก้