มที่เปือนคราบสกปรก ถอนหายใจด้วยความผ่อนคลาย
จากนั้นค่อยนึกถึงเซี่ยเวยขึ้นได้นางหันกลับไปร้องเรียก “เซียนเซิงเจ้าคะเราพักกันที่นี่…เซียนเซิง?”
เซี่ยเวยไม่ได้ตามมา
ยามเจียงเสวี่ยหนิงหันศีรษะกลับไปก็เห็นเขานั่งหลับตาพิงหินภูเขาโล้นตรงเนิน แม้ได้ยินเสียงนางแล้วก็มิได้ลืมตามอง
รออยู่ชั่วครู่ เขาก็ยังนั่งนิ่งไม่ขยับ
เจียงเสวี่ยหนิงจึงเดินย้อนขึ้นเนิน ร้องเรียกซ้ำว่า “เซียนเซิง?”
เซี่ยเวยเผยอเปลือกตาเบา ๆ
แสงอาทิตย์แรกแห่งวันทาบทอดวงหน้าเขาถึงกับเผยความซีดขาว อย่างคนอมโรค
เจียงเสวี่ยหนิงเกือบเข้าใจว่าเขาหลับไปแล้วนางยื่นมือหมายจะวาง ลงบนไหล่ ทันใดนั้นกลับเห็นว่าบนนิ้วชี้มือขวาที่ห้อยตกบนเข่ามีรูโลหิต สีแดงเข้มสองจุดอันน่าตื่นตะลึง!
พริบตานั้น เจียงเสวี่ยหนิงรับรู้ถึงความหนาวสะท้านเสียดกระดูก
สายธารเยียบเย็นไหลลงจากแก้มนางจดจ้องดวงหน้าสงบนิ่งตรงหน้าเงียบ ๆบังเกิดความโศกเศร้าที่ ใกล้เคียงความตื่นตระหนก นิ่งค้างไปชั่วครู่ถึงค่อยตระหนักได้ จับฝั่ามือ เซี่ยเวยแบบแทบจะสั่นระริก อมข้อต่อนิ้วชี้เขาแล้วดูดอย่างแรง
รสคาวเค็มพลันหลั่งออกมาจากรูโลหิต
นางอมไว้คำเล็ก ๆ แล้วถุยทิ้งทางด้านข้าง
ในใจร้อนรนอย่างไร้ที่มา
แพขนตาเซี่ยเวยไหวระริก เขาลืมตามองนางอย่างสงบ แล้วเอ่ยอย่างปราศจากคลื่นอารมณ์“เจ้ายังกลัวคนตายมากอยู่อีกหรือ”เจียงเสวี่ยหนิงอึ้งงัน
ริมฝีปากนางเย็นเล็กน้อย ทว่าปลายลิ้นสัมผัสได้ถึงความอุ่น