น้าของเซี่ยเวยเมื่อครู่
ครั้นผ่านเข้าประตูเมือง เสียงเอะอะก็ห่างไกลไม่ทราบด้วยเหตุใด นางพลันหวนระลึกถึงเรื่องการขอปรับภาษีอากรของอำเภออิ๋นที่หลี่ว์เสี่ยนเคยเล่าให้ฟัง…
จะมนุษย์ก็ดี จะโลกก็ดี เซี่ยเวยเห็นเช่นไรต่อสิ่งเหล่านี้กันแน่
ความหงุดหงิดเพราะเบื่อหน่ายซึ่งสะสมมาหลายวันของนาง จู่ ๆ ก็ถูกสิ่งอื่นระงับ
ครั้นถึงโรงเตี๊ยม ทั้งคณะพากันพักผ่อน
ระหว่างทานอาหารเย็น เจี้ยนซูออกไปด้านนอก แล้วกลับมากล่าว อะไรกับเซี่ยเวยอยู่ครู่หนึ่ง เจียงเสวี่ยหนิงอยู่ไกลได้ยินไม่ค่อยชัด ทราบแค่ว่าเรื่อง ‘เรียกวิญญาณ’ คล้ายจะเป็นความขัดแย้งของทางฝังนิกาย สวรรค์และฝั่ายพุทธ มีคนคอยโหมไฟเติมเชื้อเพลิงอยู่เบื้องหลัง
นางนึกว่าเซี่ยเวยจะเคลื่อนไหว
คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้พอฟังจบแล้วก็จบเลยปราศจากท่าทีคิดจะยื่นมือเข้าไปแทรก
พวกนางพักที่โรงเตี๊ยมแค่ครึ่งวัน หลังให้อาหารม้าและทานอะไรเสร็จก็เติมเสบียงกรังรวมถึงน้ำส่วนหนึ่ง ยามบ่ายก็ออกจากเมือง มุ่งตาม ถนนหลวงสู่ทิศเหนือ
นางอดงุนงงไม่ได้ “จะไปตั้งแต่บ่ายเลยหรือไฉนไม่พักสักวันเสียเลยเล่า”เตาฉินยังเป็นเหมือนเดิมทุกประการ เขาขี่ม้าควบอยู่ข้าง ๆ ตอบ เพียงว่า “ยิ่งขึ้นเหนือยิ่งหนาว จวนจะเข้าฤดูเหมันต์แล้ว เราต้องรีบไปให้ถึงด่านชายแดนก่อนหิมะจะมาขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงมุ่นคิ้ว
ครั้นขบคิดก็รู้สึกว่ามีเหตุผลจึงเลิกใส่ใจ
ฟั้าค่อย ๆ มืด ขลุกอยู่ในรถไม่นานก็เริ่มง่วง
เดินทางไปได