วงมา ไม่รู้มีสายตาจับจ้องมากขนาดไหน หากปราศจากเหตุผลอันเหมาะสมก็เกรงว่าจะไม่เป็นการดี นาง หลงลืมไปเลยว่าฉากหน้าของคนผู้นี้คือลูกหลานตระกูลเซี่ยแห่งจินหลิง การเดินทางกลับมายังจินหลิงเพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษเป็นข้ออ้างที่เพียงพอเสียยิ่งกว่าอะไร
การที่เขาร่วมเดินทางไปพร้อมนางจึงพลันมีคำอธิบาย
อย่างไรเสียนางก็จากเมืองหลวงมาสองปีแล้วหากจะบอกว่าเจียง ปั๋อโหยวคิดรับตัวกลับไปก็นับว่าฟังขึ้น
ถึงอย่างไรคนผู้นี้ ไม่ว่าเวลาใดก็มักไตร่ตรองถี่ถ้วน…
ใช้นางมาเป็นเกราะกันภัยนี่เอง เจียงเสวี่ยหนิงพึมพำในใจ แต่ เปลือกนอกตอบรับว่องไว“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยจึงกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ออกเดินทางเถอะ”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ลงจากรถตั้งแต่ต้น เวลานี้จึงขานรับอีกหน เตรียมมุดกลับเข้าไป
ทว่าก่อนจะหมุนกาย นางเหลือบมองหลี่ว์เสี่ยนอย่างอดไม่อยู่
จริง ๆ เลย เห็นท่าทางประดุจเจอศัตรูใหญ่ของคนผู้นี้เมื่อครู่ ทำเอา นึกว่าพวกตนเผลอละเมิดข้อห้ามใดของเซี่ยเวยโดยไม่ได้ตั้งใจจนจะบังเกิดเรื่องใหญ่เสียแล้ว พลอยให้นางประหม่าตามไปด้วยเลย
ผลสรุปคือไม่เห็นจะมีอะไร
สมองของคนผู้นี้ไม่มีปัญหาแน่นะ
สายตาเพียงแวบเดียวแม้จะเรียบง่ายและแสนสั้น ทว่าหลี่ว์เสี่ยนหัวไวตั้งเท่าใด หลังจากชะงักไปก็พลันเข้าใจ ลิ้มรสได้ถึงความกังขาและความดูแคลน ชั่วขณะนั้นรู้สึกขื่นขมทว่าพูดไม่ออกโดยแท้ ได้แต่มองฉุน ๆ โดย ทำสิ่งใดไม่ได้
ไม่รู้เซี่ยเวยรู้สึกว่าภาพเห