มกล้าก้าวเข้าไป
เซี่ยจวีอันดูแล้วหาได้ผิดแปลกไปจากปกติไม่
หลี่ว์เสี่ยนหัวเราะหยันแล้วเข้าไปหา “เมื่อครู่เห็นคุณหนูรองหนิงผู้นั้นของเจ้า นางกลับไปแล้วหรือ”
เซี่ยเวยชำเลืองมองตอบ “ธุระเป็นอย่างไร”หลี่ว์เสี่ยนรู้สึกแหย่ไม่สนุก ทว่าดูจากสีหน้าของคุณหนูตระกูลเจียง ยามออกไปเมื่อครู่ต้องอารมณ์ไม่ดีมากเป็นแน่ เขาจึงไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวต่อ เอ่ยเพียงว่า “หลังได้รับสารลับหลายวันก่อน ข้าก็รุดไปถึงหวงโจว สะสางธุระให้เรียบร้อยล่วงหน้า เมื่อวานเยี่ยนซื่อจื่อออกเดินทางสู่ด่าน ชายแดน เตรียมจัดกระบวนทัพก่อนแล้ว เซี่ยจวีอัน ต๋าต๋าครานี้มีแต่ พลทหารชั้นยอด มิได้ต้องคอยประคองลมหายใจรวยรินอยู่ใต้กีบเหล็กแห่งดินแดนภาคกลางเหมือนเช่นในอดีต หากสงครามครั้งนี้ไม่ราบรื่น เราย่อม ไม่เหลือแรงสู้อีกเลยนะ!”
ตลอดสองปีมานี้ เซี่ยเวยวางหมากอย่างไร้ที่ติ
สำหรับนิกายสวรรค์ซึ่งนำโดยว่านซิวจื่อที่อยู่ทางใต้ เขาแสร้งรักษา น้ำใจ มิได้แตกหักกับพวกนั้น บางโอกาสยังอำนวยความสะดวกให้ด้วย
ส่วนฝั่ายพุทธซึ่งนำโดยสมณะหยวนจีที่อยู่ทางเหนือ เขาไม่หันไป แยแส เลี่ยงการปะทะบาดหมาง ปล่อยให้เติบใหญ่
เมิ่งหยางกับสมณะหยวนจีติดค้างหนี้แค้นสังหารภรรยากันอยู่ เซี่ยเวยก็เข้าไปลอบขวางไว้
ฮ่องเต้ละเลยราชกิจ เอาแต่จดจ่อกับการชิงไหวชิงพริบกับขุนนาง ข้าราชบริพาร ราษฎรย่อมร้องทุกข์ทั่วท้องถนน นิกายสวรรค์จึงได้ทีขยายอิทธิพลจนเข้มแข็ง และเพราะมีสมณะหย