ในขณะที่หลี่ว์เสี่ยนเดือดดาลแทบหงายหลังโหยวฟางอิ๋นเองก็มิได้ ปีติยินดี
หลังออกจากงานเลี้ยง นางก็กลับมาร้านเสียไปั๋ทันที
เวลานี้เจียงเสวี่ยหนิงกำลังสั่งให้คนไปจับตัวเว่ยเหลียงที่หยางโจว
วันสอบเคอจวี่รอบฤดูใบไม้ร่วง ณ เจียงหนิงใกล้มาถึงเต็มที เดิมนางเข้าใจว่าเมื่อเว่ยเหลียงกลับที่นาไปจัดการเรื่องมันฝรั่งอะไรนั่นเรียบร้อยแล้วจะหวนสู่จินหลิง ไหนเลยจะคาดคิดว่าผ่านไปสองวันไม่เห็นแม้แต่เงา ครั้น ส่งคนไปไถ่ถามจึงได้รู้ คนผู้นี้ถึงขั้นเอ่ยว่า การทำไร่ไถนาถือเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการสอบจะเป็นเช่นไรก็ได้
นี่มันเรื่องเหลวไหลอันใดกัน
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงผู้ครองตำแหน่งทั่นฮวาในชาติที่แล้ว แม้จะ ชอบทำไร่ทำสวนและมีความสามารถด้านการเพาะปลูก ทว่าชาติก่อนเขาก็ยังรอจนมีตำแหน่งราชการติดตัวค่อยมีโอกาสออกฝีไม้ลายมือ จากนั้นถึงได้รับการเทิดทูนจากราษฎรให้เป็นเทพเจ้าแห่งกสิกรรมแม้เจียงเสวี่ยหนิง จะใช้เขาทำงานเพื่อสนองความเห็นแก่ตัวและประโยชน์ส่วนตน แต่หากนั่นไปขัดขวางหนทางเข้ารับราชการของเขา แล้วนางจะสบายใจลงได้เยี่ยงไร ดังนั้นจึงฉุนเฉียวไปหมดเมื่อเห็นโหยวฟางอิ๋นมาหา นางก็หัวเราะขมขื่น “เจ้ามาได้เวลานัก ข้ากำลังสั่งคนให้ไปจับตัวเว่ยเหลียงมาจินหลิงพอดี ร้ายดีอย่างไรก็ขอคุมเขา ให้สอบขุนนางระดับท้องถิ่นจบก่อนค่อยว่ากัน ไยใต้หล้าถึงมีบัณฑิตเช่นนี้ กันนะ”
บัณฑิตแต่ละคนช่างมีความทะเยอทะยานเฉพาะตนจริง ๆ
เรื่อ