คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะไม่อยู่
นางพลันเปียมความแคลงใจ
นางมุ่นคิ้วถาม “เขาไม่ได้อยู่ที่พัก แล้วไปที่ใด”เด็กที่รับผิดชอบนำเทียบขอเข้าพบไปส่งค้อมกายตอบ “ผู้น้อยถาม คนเฝั้าประตูของเรือนพักได้ความว่าเถ้าแก่หลี่ว์ของพวกเขามีธุระการค้าที่หยางโจว จำต้องดูแลโดยเร่งด่วนจึงขี่ม้าออกไปอย่างรีบร้อนเมื่อบ่าย มิได้บอกไว้ว่าจะกลับเมื่อใดขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินแล้วใจหล่นวูบ
โหยวฟางอิ๋นเอ่ยขึ้นจากด้านข้างว่า “เช่นนั้นคงต้องรอเขากลับมา ค่อยพบแล้วกระมัง”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้กล่าวคำไปช่วงหนึ่ง
โหยวฟางอิ๋นบังเกิดความกระสับกระส่าย“คุณหนูรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง หรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “หากเพียงเจรจาทางการค้า เดินทางจากจินหลิงสู่หยางโจวก็พึงล่องเรือตามกระแสแม่น้ำฉางเจียงเนื่องจากเดินทางได้ไว การจะไปปลายน้ำไหนเลยต้องขี่ม้า”
โหยวฟางอิ๋นตกตะลึง “ความหมายของท่านคือ…”
เจียงเสวี่ยหนิงหลับตาลง “เกรงแต่ที่ที่เขาไปจะไม่ใช่หยางโจวน่ะสิ”
ในช่วงเวลาเช่นนี้ เรื่องแบบใดกันทำให้หลี่ว์เสี่ยนออกห่างจากจินหลิง
นางพอมีข้อสันนิษฐานอยู่บ้าง แต่ยังไม่กล้าด่วนสรุป
นางรีบกำชับคนให้ไปสอบถามที่เรือนพักของหลี่ว์เสี่ยนตามเวลาทุกวันว่าเขากลับมาหรือยัง พร้อมกันนั้นก็รีบเขียนจดหมายให้คนควบม้าเร็วส่ง ไปยังหวงโจวในมณฑลหูเปั่ยเพื่อมอบให้เยี่ยนหลิน นางต้องการถามว่า ฟากเขามีข่าวคราวแน่ชัดเกี่ยวกับเสิ่นจื่ออีหรือไม่ อีกทั้งต้องการถามว่า หลี่