เจรจาการค้า แล้วข้าจะไปทำอันใดกันเล่า”
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม“พาท่านไปก็สำคัญมาก เช่นกัน”
ประการแรกเพื่อปั้องกันว่าที่ทั่นฮวาผู้นี้คิดหนี เกรงว่าเดี๋ยวการสอบระดับท้องถิ่นเริ่มต้นจะหาตัวไม่พบ ประการที่สอง หากข่าวเกี่ยวกับเสิ่นจื่ออี จากทางต๋าต๋าเป็นความจริงนางก็มีแผนการอยู่ ในเมื่อเว่ยเหลียงไม่เข้าใจ เรื่องเงินทอง ส่วนนางไม่เข้าใจเรื่องข้าว พาเขาไปพบหลี่ว์เสี่ยนจึงนับว่า เหมาะเจาะพอดี
กล่าวจบก็คร้านจะแลสีหน้าเขาอีกหน หิ้วขึ้นรถม้าไปทั้งอย่างนั้น
เจียงเสวี่ยหนิงกลับไม่ทราบแม้แต่น้อยว่าทันทีที่รถม้าของนางเคลื่อนออกไป คณะเดินทางหนึ่งพลันควบม้าไวเข้ามา ทำให้คลาดกันพอดี
คนนำหน้าคุมบังเหียนม้ามุ่งหน้าสู่ร้านเสียไปั๋
เด็กหนุ่มสีหน้าค่อนข้างอิดโรยด้านข้างลงจากม้า สอบถามคนเฝั้า ประตู “ขอเสียมารยาทถามนายของเรือนท่านอยู่หรือไม่ เซียนเซิงฝังข้าเดินทางมาไกล มีเรื่องต้องการพบ”
คนเฝั้าประตูพิจารณาคณะสิบกว่าคน สายตาวนไปมาบนตัวผู้นำ ไม่ทราบด้วยเหตุใดจึงชักประหม่า เขาตัวสั่นด้วยความกระสับกระส่ายระคนพรั่นพรึงขณะตอบ “นายของเราเพิ่งออกไปเมื่อครู่น่ะ”
เด็กหนุ่มชะงัก หันไปมองผู้นำ
ในมือผู้นำกำเชือกบังเหียน เสื้อผ้าเปรอะฝุั่นดินไปทั่วจนดูโทรม ถามเพียงว่า “ไปที่ใด”