กาลก่อนหลี่ว์เสี่ยนเคยสอบผ่านได้เป็นจิ้นซื่อขณะโหยวฟางอิ๋นยังถูกข่มเหงรังแกอยู่ที่จวนปั๋อเขาก็เป็นเจ้าของร้านโยวหวงซึ่งพอมีชื่อในเมืองหลวง แล้ว เบื้องหลังแบ่งสรรเงินส่วนเกินในครอบครองไปทำการค้าหลากรูปแบบ ประการแรก เขามีวิชาความรู้ลุ่มลึก เคยได้รับตำแหน่งในสภาฮั่นหลิน ประการที่สอง รุ่มรวยประสบการณ์เจนจัดมากเล่ห์ จนบัดนี้สองปีล่วงผ่าน จริงอยู่ว่าโหยวฟางอิ๋นกับเหรินเหวยจื้อกลายเป็นคหบดีใหญ่อันดับหนึ่ง แห่งแดนสู่ ซ้ำยังดำเนินกิจการอื่นมากมายกับเจียงเสวี่ยหนิง หากดึงตัวมาประชันปัญญาเพื่อแข่งความสามารถกับหลี่ว์เสี่ยนลำพัง แม้ไม่อาจกล่าวว่าไร้กำลังจะตอบโต้เลย แต่ก็ยังขาดความมั่นใจว่าจะประชันได้สูสีทัดเทียม อยู่บ้างถึงอย่างไร…
ตลอดสองปีที่ผ่านมา บนสนามการค้าที่ได้เป็นได้เสียเป็นเสีย พวกนางกลับไม่เคยต้องประมือกับหลี่ว์เสี่ยนอย่างน่าอัศจรรย์ กระทั่งความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่เคยมี
โหยวฟางอิ๋นมองเจียงเสวี่ยหนิง เอ่ยแบบกังวลอย่างอดไม่อยู่ “งาน เลี้ยงฉินหวายครานี้แท้จริงแล้วประสานงานโดยฝั่ายราชการเกี่ยวข้องกับใบอนุญาตค้าเกลือปีหน้า ถึงที่แล้วมาเราจะไม่เคยขัดแย้งกับหลี่ว์เสี่ยน หลีกเลี่ยงความเสียหายได้มากมาย แต่เพราะเช่นนี้จึงไม่ทราบเบื้องลึก เบื้องหลังของเขาแม้แต่น้อยคุณหนู หากว่าเขา…”เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินจึงคืนสติ
ยามสายตาหยุดลงบนดวงหน้าอันคุ้นเคย จู่ๆ พลันนึกถึงโหยว ฟางอิ๋นในชาติที่แล้ว เท