ียบกับนิสัยเก็บตัวและอ่อนโยนของโหยวฟางอิ๋น ชาตินี้โหยวฟางอิ๋นชาติที่แล้วมักจะให้ความรู้สึกเหนือคนสามัญอยู่บ้าง แม้เสี้ยวหนึ่งบนใบหน้าจะซุกซ่อนความระทมทุกข์ ทว่าก็ยังบดบังความรู้สึกเยาะหยันอันเฉยชาที่มีต่อโลกมนุษย์ไม่มิด
แต่ต่อให้เป็นโหยวฟางอิ๋นผู้นั้น ยามปะทะกับหลี่ว์เสี่ยนก็ยังพ่ายแพ้ ยับเยินอย่างเลี่ยงไม่ได้
เนื่องด้วยไม่ทราบเลยว่าศัตรูที่แท้จริงของตนเป็นใครทว่าชาตินี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงจมอยู่ในภวังค์ กล่าวยิ้ม ๆ ว่า“พวกเราลอบช่วยเหลือเยี่ยนหลิน อย่างไรเสียหลี่ว์จ้าวอิ่นย่อมไม่มีวันก่อปัญหาให้ กลับกันแล้วเป็นไปได้มากที่เขาจะช่วยเปิดทางสะดวกเสียอีกสู้กับพวกเราก็ไม่ต่างจากทอนกำลังตัวเอง ต่อให้เขาคับข้องใจเท่าใดก็ไม่แน่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะยอมให้ลงมือ”
โหยวฟางอิ๋นรับรู้ได้ถึงจิตใจที่เลื่อนลอยของอีกฝั่าย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเห็นแววตาเช่นนี้บนดวงหน้าเจียงเสวี่ยหนิง ดุจดังกำลังมองใครอีกคนผ่านตัวนาง บางครายังชวนให้บังเกิดความสงสัยคุณหนูรองกำลังมองผู้ใดผ่านนางกันนะ
นางเอื้อนเอ่ย “แต่เขาถามข้าถึงความเป็นไปช่วงนี้ของคุณหนู ข้า แก้ตัวว่าไม่รู้ หาข้ออ้างแล้วหลบออกมา หากเขารบเร้าต่อ…”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “หลี่ว์เสี่ยนมีภูมิลำเนาเดิมอยู่จินหลิง ทำการค้าราบรื่นจากเหนือจดใต้หากเขาอยากรู้สถานการณ์ของข้าและคิดไถ่ถามความเคลื่อนไหวจริง บัดนี้ย่อมล่วงรู้แล้วโดยไม่ต้องให้เจ้าบอก แค