่ส่งคน สะกดรอยตามเจ้ามาก็พอ ขืนถามก็แหวกหญ้าให้งูตื่นเปล่า ๆ ข้าตรองแล้วเห็นทีคงมีเรื่องอื่น”
โหยวฟางอิ๋นมุ่นคิ้วครุ่นคิด
เจียงเสวี่ยหนิงเลิกกระวนกระวาย “ทหารมาใช้ขุนพลต้าน น้ำมาใช้ ดินกลบ หลี่ว์เสี่ยนไม่น่ากลัวอันใดนักหรอก สถานการณ์แบบตอนนี้น่ะเซี่ย…เซี่ยเวยย่อมออกจากเมืองหลวงไม่ได้ หรือต่อให้มีอะไรเลวร้ายกว่านี้ อีกสักหน่อยระยะทางจากเมืองหลวงมาจินหลิงถึงจะห้อตะบึงม้าเร็วมา ก็ยังต้องใช้เวลาประมาณสิบวันถึงครึ่งเดือน ตอนนั้นเรื่องใบอนุญาตค้าเกลือคงหารือลงตัวแล้ว เจ้ากับข้าก็จะออกไปจากที่นี่กัน”
โหยวฟางอิ๋นตรึกตรอง จากนั้นจึงพยักหน้าช้า ๆ
ทว่าท้ายสุดก็ยังกลัดกลุ้มอย่างห้ามไม่ได้“หากเถ้าแก่หลี่ว์ผู้นั้นคิด ตอแย…”
เจียงเสวี่ยหนิงยิ้ม “เรื่องนั้นไม่ง่ายหรอกหรือ”
โหยวฟางอิ๋นไม่เข้าใจ
รอยยิ้มมุมปากของเจียงเสวี่ยหนิงเพิ่มความซุกซนเข้ามา “ชายหญิง มิพึงใกล้ชิด ร้ายดีอย่างไรเจ้าก็เป็นภรรยาของเหรินเหวยจื้อ หากหลี่ว์เสี่ยนหนังหน้าหนานักเจ้าก็เรียกเหรินเหวยจื้อมารับมือเขา เท่านี้ก็สิ้นเรื่องแล้ว จริงไหม”
ทันทีที่ ‘เหรินเหวยจื้อ’ สามพยางค์นี้โผล่มาใบหน้าโหยวฟางอิ๋น พลันแดงก่ำ
นางออกอาการขวยเขินอย่างหาได้ยาก ก้มหน้าพูดเสียงเบา “คุณหนูล้อข้าเล่นแล้ว”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ว่าครานั้นอีกฝั่ายกับเหรินเหวยจื้อแต่งงานปลอม ๆ กันก็เพราะโหยวฟางอิ๋นเป็นฝั่ายเสนอเงื่อนไขก่อน หวังจะใช้การแต่งงานกำมะลอและการเข้าหุ