้นนาเกลือตระกูลเหรินพาตัวเองออกจากเมืองหลวง ภายหลังจึงไปยังแดนสู่
เหรินเหวยจื้อเป็นปัญญาชน มักค้นคว้ากลวิธีขุดบ่อเกลืออยู่เนือง ๆ ส่วนด้านการค้ากลับไม่มีพรสวรรค์มากนัก
โหยวฟางอิ๋นเกิดมาทุกข์ยาก แม้ไม่ได้ศึกษาตำรามากมาย ทว่าพบ เห็นความสอพลอและความเพิกเฉยของมนุษย์มาจนเจนตา จึงคอยดูแลการคบค้าสมาคมยิบย่อยแทนเขาได้
สองปีมานี้นับว่าเข้าคู่รู้ใจโดยแท้
ดูจากภายนอก ทั้งสองก็เคารพให้เกียรติกันดี
ข้อตกลงเขียนไว้ว่าหลังจากถึงแดนสู่หนึ่งปีทั้งคู่จะตกลงแยกทางโดยให้เหรินเหวยจื้อเขียนหนังสือหย่า
ทว่าเมื่อครบหนึ่งปีเข้าจริง ไม่ว่าโหยวฟางอิ๋นจะออกตามหาอย่างไรก็กลับหาตัวเหรินเหวยจื้อไม่พบ
ครั้นถามพ่อบ้าน อีกฝั่ายก็ตอบว่าไปห้องอักษร
เมื่อนางไปห้องอักษร เด็กรับใช้ก็บอกว่าไปนาเกลือ
ยามไปถึงนาเกลือกลับยังไร้เงาคน จวบกระทั่งถามจึงทราบว่าที่แท้ เขาก็เก็บสัมภาระไปเสฉวนเรียบร้อย
ผู้คนเบื้องบนจดเบื้องล่างล้วนเข้าใจว่าสามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะกันเสียแล้ว
โหยวฟางอิ๋นเองก็จับต้นชนปลายไม่ถูก
เจียงเสวี่ยหนิงอยู่นอกวงจึงมองขาดกว่าเพียงแนะนำโหยวฟางอิ๋นพอเป็นแนวทาง บอกให้นางเขียนจดหมายว่าต้องการตามตัวเขามาหารือเรื่องเลื่อนเวลาหย่าออกไป เนื่องด้วยกิจการนาเกลือตระกูลเหรินต้องมาก่อน ทั้งสองลงเรือลำเดียวกัน อย่างไรเสียเรื่องทั้งหมดก็เกี่ยวโยงกับการตบแต่งภรรยาของเหรินเหวยจื้อ จึงจำต้องให้เหรินเหวยจื้อกลับมาสักหน
เป็นดังคาด เห