มาเยือนร้านเสียไปั๋วันนี้ มิใช่เพียงเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว
เพิ่งส่งเว่ยเหลียงกลับ หลังจากพลิกดูสมุดบัญชี เจียงเสวี่ยหนิงก็ เดินไปยกเบ็ดตกปลาที่ตนพาดไว้บนราวชักเบ็ดขึ้นดู ปลาเขมือบเหยื่อหมดเกลี้ยงนานแล้ว
ปลายสายเบ็ดเหลือแค่ตะขอโล้น ๆ สะท้อนแสงเงาที่ตะวันตกดิน ทอดมา ส่องประกายวิบวับ
ฝีเท้าโหยวฟางอิ๋นติดจะเร่งร้อน ยังเดินมาไม่ถึงนอกศาลาริมน้ำก็ ร้องเรียก “คุณหนูรอง!”
เจียงเสวี่ยหนิงหันไปเห็นนางแล้วนิ่งอึ้ง“ฟางอิ๋น ไฉนมาที่นี่เล่า”
นับแต่โหยวฟางอิ๋น ‘แต่งออก’ มายังแดนสู่แม้กับเหรินเหวยจื้อ จะเป็นเพียงสามีภรรยากำมะลอ แต่อีกฝั่ายกลับลั่นวาจาไว้ว่าเมื่อจะเล่นละครก็ต้องเล่นให้สมจริงหน่อย เขาจึงกล้าส่งมอบงานทั้งหมดในบ้าน ตระกูลเหรินให้นางดูแลจริง ๆ ไม่ว่าในบ้านนอกบ้านล้วนไม่ปล่อยให้ผู้อื่นติฉินนินทาได้แม้ครึ่งประโยค
ด้วยเหตุนี้จึงค่อย ๆ ชะล้างความขี้ขลาดเช่นยามอยู่จวนปั๋อในสมัย ก่อน
ดูแลกิจธุระได้ แบกรับความรับผิดชอบได้เมื่อเจรจาการค้ากับผู้อื่นก็ปราศจากความเงอะงะอย่างในอดีต แม้จะยังดูพูดน้อยสำรวมวาจา แต่ก็ เพิ่มความเจนโลกมาระดับหนึ่ง
เดิมทีนางมาก็เพื่อการนี้ ครั้นถึงเบื้องหน้าเจียงเสวี่ยหนิงและแลเห็นดวงหน้าสดใสประดับรอยยิ้มของคุณหนูรอง ไม่ทราบด้วยเหตุใดจึงกลับนิ่งค้าง เงียบไปชั่วครู่จึงค่อยเอ่ยว่า “เมื่อครู่พวกข้าเสวนากับคนจากสมาคม ผู้ค้าฮุยโจว ได้พบกับ…”
เจียงเสวี่ยหนิงใจสะดุด “พบผู้ใดห