รือ”
สายตาโหยวฟางอิ๋นหยุดนิ่งบนใบหน้านางตอบเนิบช้าว่า “คนของ ร้านโยวหวงผู้นั้นเจ้าค่ะเถ้าแก่หลี่ว์”
หลี่ว์เสี่ยน!
ความหนาวยะเยือกไม่เป็นมงคลคืบคลานขึ้นกระดูกสันหลังจนตัว สะท้าน ใช่ว่าเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ยินชื่อดังกล่าวเลยในช่วงสองปีที่ผ่านมาถึงอย่างไรหลี่ว์จ้าวอิ่นก็ทำการค้าใหญ่โต ซ้ำยังถือหุ้นนาเกลือตระกูลเหรินก้อนใหญ่ ยามแบ่งผลกำไรปลายปีย่อมขาดส่วนของเขาไปไม่ได้
ทว่าระหว่างทั้งสองฝั่ายจะเรียกว่าต่างคนต่างอยู่ก็ยังได้
นางทำเป็นไม่รู้จักหลี่ว์เสี่ยน หลี่ว์เสี่ยนเองแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคย ก่อปัญหาให้นาง
มาบัดนี้…
ไม่มีเหตุไม่มีผล เจรจาการค้าแบบใดกันจึงต้องให้คนยุ่งตัวเป็นเกลียวขนาดเขามาจินหลิงด้วยตนเอง
แม้ผู้อื่นจะไม่ทราบ แต่นางกลับแจ่มแจ้งกว่าใคร…
อีกฝั่ายเป็นถึงหูตาคนสนิทและมือซ้ายขวาของเซี่ยเวย
สองปีมานี้ล้วนเอ่ยกันว่าเสิ่นหลางไว้วางพระทัยที่ปรึกษาราชการ แผ่นดินสมณะหยวนจีทว่าหมางเมินพระอาจารย์ฮ่องเต้อย่างเซี่ยเวยเสีย ผิดจากอดีตลิบลับ
แต่เจียงเสวี่ยหนิงไม่คิดเช่นนั้น
ความขัดแย้งระหว่างสมณะหยวนจีกับเจ้านิกายสวรรค์ว่านซิวจื่อทำให้ชาวบ้านด้านนอกรู้สึกว่าสมณะหยวนจีได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ เป็นล้นพ้น ทว่าชื่อเสียงและอำนาจของเซี่ยเวยน่ะยังดำรงอยู่ในราชสำนักและหมู่ปัญญาชน สมณะหยวนจีจะเทียบอย่างไรก็เทียบไม่ติดหรอก อีกทั้งล้วนเป็นชนชั้นที่ประชาชนทั่วไปไม่อาจสัมผัส ปุถุชนไหนเลยจะไปล่วงรู้ว