กาย ทว่าสีหน้าปราศจากความผ่อนคลาย อ่านข้อความบนกระดาษซ้ำอีกหน นึกถึงอาการและพฤติกรรมซึ่งไม่ผิดจากอดีตของคนผู้นั้นในช่วงสองปีมานี้ ก้นบึ้งหัวใจกลับมีเมฆครึ้มแห่งความ กังวลปกคลุม
เขาพับกระดาษจดหมาย ส่งคืนให้เสียวเปั่า
เสียวเปั่าถาม “ไม่มีเรื่องใดจะมอบหมายเลยหรือขอรับ”
หลี่ว์เสี่ยนเงียบงันอยู่นาน จากนั้นถึงตอบว่า“รอคนมาเดี๋ยวก็รู้เอง”
คนมาหรือ
เสียวเปั่าพลันชะงักค้าง
*****
คืนสารทฤดูของเมืองหลวง อ้างว้างเหน็บหนาวกว่าฉินหวายแห่ง เจียงหนานไม่น้อย
ลมฤดูใบไม้ร่วงโชยพัดภายในวังหลวง
บานประตูปิดไม่สนิทตีกระทบกัน บางคราถึงกับน่าขนหัวลุก
ด้านในตำหนักข้างของตำหนักเฟิงเฉิน มีเพียงแสงจากโคมไฟสองดวงในปากของเสาทรงนกกระเรียนทำจากทองแดง แสงวูบวาบทอดเงาคนบนหน้าต่าง ทำให้เค้าโครงร่างดูเลือนราง
ผนังฝังตะวันออกแขวนพิณไว้คันหนึ่ง
ถ้วยชาริมโต๊ะน้ำชาเย็นชืดไปนานแล้วสะท้อนดวงหน้าเงียบงัน ครึ่งซีก
ห่างไกลออกไป เสียงสรวลเสเฮฮาดังแว่วมาทางหน้าต่าง สนมชายา ทั้งหลายดื่มกินสังสรรค์หาความสำราญร่วมกับฮ่องเต้ในอุทยานหลวง
เซี่ยเวยหลุบตา
บนโต๊ะเขียนอักษรเบื้องหน้าคือ ‘หลักฐานความผิด’ ที่แพทย์หลวง จากสำนักหมอหลวงยกมาประณามนักเล่นแร่แปรธาตุในวัง ชามกระเบื้องลายน้ำแข็งร้าวห้าใบบรรจุเศษหินห้าชนิด ด้านข้างมีถ้วยกระเบื้องใช้แล้ว สากบดยาวางบนขอบถาดเคลือบเงา รวมถึงผงยาที่ผสมเข้าด้วยกันเป็นกองขนาดเล็กบนแผ่นกระดาษด้านหน้าสุด
ถ