วมาใช้ “ผู้ใดบอกท่านกัน”เว่ยเหลียงอยากขุดหลุมฝังตนเองเสียเหลือเกิน “เป็น เป็นผู้น้อยที่ เกิดความกังวลเองไม่ ไม่มีผู้ใดบอกข้าหรอก”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
ใครก็อย่ามาห้ามข้า ข้าจะต่อยคนผู้นี้สักยก!
หนังตานางกระตุกหลายหนจนต้องยกนิ้วมากดเบา ๆ ถึงค่อยฝืนดึง หนังหน้ามีเมตตาที่ใกล้ฉีกขาดเต็มทนไว้ได้ ชมเปาะแบบปากอย่างใจอย่าง “คุณชายเว่ยช่างเป็นผู้มีใจมุ่งมั่นที่ตรึกตรองรอบคอบจริง ๆ”
เว่ยเหลียงไม่ได้รับรู้ความนัย เข้าใจว่านางชมจริง
เขาถึงกับตอบด้วยความเคร่งขรึมว่า “มิบังอาจ ผู้น้อยเพียงแต่ ใคร่ครวญเพื่อราษฎรเท่านั้น หากพืชผลอุดมสมบูรณ์แต่บ้านเมืองตกสู่ความโกลาหลเสียแทน มิใช่ได้ไม่คุ้มเสียหรอกหรือ”
“…”
เจียงเสวี่ยหนิงสูดหายใจลึก ๆ
“เช่นนั้นท่านสบายใจได้ ต่อให้ข้าหน้ามืดตามัวก็ไม่กล้าเกี่ยวดองกับนิกายสวรรค์หรอก ความกังวลของคุณชายเว่ยคือกระต่ายตื่นตูมเท่านั้นเอง”
เว่ยเหลียงพรูลมหายใจยาวทันที “คนแซ่เว่ยคงกังวลมากไปเอง เมื่อนายจ้างเช่นแม่นางกล่าวเช่นนี้ คนแซ่เว่ยย่อมเชื่อแล้ว”
เขาปลดสมุดบัญชีจากด้านในแขนเสื้อส่งให้
กล่าวเพียงว่า “นี่คือบัญชีผลผลิตฤดูนี้ที่คนแซ่เว่ยหักออกโดยพลการ ขอแม่นางให้อภัยความบุ่มบ่ามไม่ยั้งคิดของผู้น้อยด้วย”
ก่อนหน้านี้สมุดบัญชีมัดติดกับแขน ยังหลงเหลือความอุ่นเจียงเสวี่ยหนิงมองเขาเหมือนมองคนโง่
เว่ยเหลียงไม่เข้าใจ “มีสิ่งใดไม่ถูกต้องหรือ”
ผ่านไปครู่ใหญ่ เจียงเสวี่ยหนิงถึงค่อย