ามนั่งเรือท่องทะเลสาบก็มีแม่นางใจกล้าจำนวนไม่น้อยโยน ถุงหอมผ้าเช็ดหน้ามาให้ ครั้นเห็นว่ามีแม่นางรุดมาหาด้วยตนเองก็เข้าใจ โดยสัญชาตญาณว่าจะมาทอดสะพาน แต่มาด้วยสภาพน่าอดสูขนาดนี้ พวกเขาก็เพิ่งเคยพบเคยเจอ ชะงักเท้าไปชั่วขณะ
เว่ยเหลียงแม้มีฝีมือชื่อเสียงทว่ารูปร่างหน้าตาธรรมดา เขาจึงไม่รู้สึกอัศจรรย์ใจแต่ประการใด
ที่แล้วมาบัณฑิตซึ่งศึกษาร่วมศาสตร์เดียวกันคนอื่น ๆ จะได้รับความโปรดปรานมากกว่า
เขาจึงยืนอยู่กลางฝูงชนประหนึ่งไม่เห็นเป็นเรื่องของตนโดยสิ้นเชิง เพียงรอชมสิ่งที่จะตามมา
ทว่าผู้ใดก็คาดไม่ถึง ขณะสหายร่วมกลุ่มถามติดทะเล้นว่า “แม่นางต้องการมาพบใครหรือ”อีกฝั่ายก็กะพริบตา กวาดมองมาตรงที่เขายืนแล้วกล่าวโดยปราศจากความเหนียมอาย “ข้ามาหาคุณชายเว่ย เว่ยเหลียง”
ริมทะเลสาบเงียบสงัด
เว่ยเหลียงเองยังอึ้งค้าง ตกตะลึงจริง ๆ
ผู้คนรอบข้างล้วนมองเขา
แม่นางวางตัวเป็นธรรมชาติดุจเดิม ดวงหน้าสกปรกจนยากจะจำแนกแท้ ๆ แต่ครั้นแย้มยิ้มกลับพานให้เกิดภาพมายาดังเห็นแสงสว่างไสวนาง เอ่ยกับเขาว่า “คุณชายเว่ย ขอคุยเป็นการส่วนตัวจะได้หรือไม่”
เหล่าสหายร่วมกลุ่มไม่รังเกียจการโหมกระพือเรื่องสนุกมาแต่ไหน แต่ไร จงใจโห่กระเซ้าอยู่ด้านข้าง
เขาพลันรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวชอบกล
เท้าไม่ขยับราวกับถูกตอกติดพื้น ตอบด้วยคำพูดระมัดระวัง “แม่นางมาตามหาผู้น้อยด้วยกิจใด กล่าวเลยตรงนี้ก็ย่อมได้ ไม่จำเป็นต้องไปคุย ส่วนตัวหรอก”
สายตาแม่นา