ัวคำพูดของเขามากกว่ากัน สุดท้ายนางก็ทนไม่ไหว เมื่อแกะมือที่ ตรึงแน่นของเขาไม่ออกจึงก้มศีรษะกัดฝังเขี้ยว
ความเจ็บร้าวรุนแรงแล่นจากหลังมือแทบจมลึกถึงกระดูก ทว่า เซี่ยเวยยังไม่ยอมปล่อยทอดตามองนาง กระแสเสียงถึงกับเจือรอยวิงวอนเลือนราง แทบจะเอ่ยดึงดัน “เจียงเสวี่ยหนิง อย่าไป”
ทว่าเมื่อเจ็บถึงขีดสุด นิ้วก็เกร็งกระตุก
ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงก็ดิ้นหลุด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง ถลึงตาอย่างเดือดดาล นางถอยหลังเปล่งวาจาที่ราวกับจะโต้แย้งเขาและราวกับจะบอกตนเอง “พูดจาเหลวไหล! พูดจาเหลวไหลทั้งเพ!”
นางไม่เหลือเวลาจะมาจัดระเบียบความรู้สึกใดทั้งสิ้น และยิ่งไม่ ปรารถนาจะขบคิดให้ลึกไปกว่านี้อีก
จึงหนีออกมาทั้งอย่างนั้น
หนีไปจนไกลแสนไกล
คืนนั้นนางโดยสารรถม้าที่ทางจวนเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพแต่เนิ่น ๆ พร้อมสัมภาระ เดินทางออกจากเมืองหลวงไปบนเส้นทางยาวไกลถึง สามพันลี้ ผ่านขุนเขาแม่น้ำ มุ่งหน้าไปยังแดนสู่ในมือเซี่ยเวยว่างเปล่า โลหิตสดไหลผ่านใกล้ร่องข้อต่อระหว่างนิ้วชี้ กับนิ้วโปั้งก่อนจะหยดลงติ๋ง ไหลหลั่งดั่งทะลักทลายออกมาจากหัวใจ
เขายังคงยืนอยู่ด้านใน ไม่ตามออกไปแม้แต่ก้าวเดียว
ธรณีประตูที่ไม่สูงนักดูดุจหุบเหวกว้างตัดขาดเขาจากโลกภายนอก ไม่ว่าผู้ใดล้วนข้ามไม่พ้นคนนอกไม่อาจเข้า ส่วนเขาก็ออกไม่ได้
ยามหลี่ว์เสี่ยนมาถึงเรือนปีตู๋ก็พลบค่ำแล้ว
เจี้ยนซูยืนอยู่ด้านนอกเพราะไม่กล้าเข้าไปเขามองเลยผ่านประตูไปด้านในเห็นแต่ค