เจียงเสวี่ยหนิงออกไปตั้งแต่รุ่งสางโดยไม่ได้บอกผู้ใดก่อน มีแค่คนเฝั้าประตูที่เห็นตอนนางออกมา แต่ไม่อาจทราบว่าไปที่ใด ดังนั้นหากคนใน เรือนพบว่านางไม่อยู่แล้วคงร้อนใจเป็นแน่
อย่างไรก็ตาม เรื่องเดินทางไปแดนสู่ก็คุยกับเจียงปั๋อโหยวไว้แล้ว
หากนางกลับบ้านด้วยสภาพใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คงทำให้ผู้อื่นเป็นห่วงอาการช่วงนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เดี๋ยวจะส่งผลให้แผนเดินทางไปแดนสู่ไม่อาจลุล่วงเปล่า ๆ ด้วยเหตุนี้นางจึงหาที่เปลี่ยวระหว่างทางนั่งพักอยู่ นาน กระทั่งสงบอารมณ์ได้บ้างค่อยกอบน้ำใสจากลำธารมาล้างหน้าจนสะอาด เมื่อเรียบร้อยถึงฝืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกลับจวน
เจียงปั๋อโหยวได้ยินว่านางหายตัวไปแต่เช้าก็ไม่ไถ่ถามว่าไปไหน เพียงตำหนิคนใช้สองสามคนในจวน พอเห็นนางกลับมาประหนึ่งไม่รู้สึกรู้สาก็ขมวดคิ้วแน่น เอ่ยอย่างเครียดเคร่ง “เจ้าไปที่ใดมาอีกเล่า บอกกล่าวคนในบ้านสักคำยังไม่ทำ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วไปถึงแดนสู่จะให้คนเขาวางใจได้อย่างไร”
แท้จริงเจียงเสวี่ยหนิงไร้อารมณ์จะโต้ตอบ
ทว่านอกเหนือจากจางเจอแล้ว ชาตินี้นางยังมีเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จเพื่อชดเชยความผิดในอดีต ดังนั้นเพื่อมิให้เผยพิรุธต่อหน้าเจียงปั๋อโหยวนางจึงบอกไปว่า “ลูกแค่นึกได้ว่าใกล้จะต้องจากเมืองหลวงไปแล้ว อย่างไรเสียก็ยังมีทิวทัศน์ชวนอาลัย อีกทั้งสหายบางคนไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงอีก จึงถือโอกาสยามตลาดเช้าเพิ่งเปิดออกไปเดินเล่นผ่อนคลายอารมณ์ ตา