มลำพังเจ้าค่ะ จะได้ดูด้วยว่าควรเตรียมของขวัญสำหรับเหล่าสหายในอดีตก่อนออกจากเมืองหลวงหรือเปล่า อารมณ์ชั่ววูบครั้งนี้เกิดจากความเศร้าที่จะต้องลาจากเป็นความผิดของลูกเองเจ้าค่ะ ทำให้ท่านเป็นห่วงแล้ว”
แลคล้ายไม่ผิดแผกจากปกติ แต่ก็ไม่ค่อยมีชีวิตชีวานัก เจียงปั๋อโหยว ไม่ทราบว่านางกับจางเจอเคยมีสิ่งใดระหว่างกัน ย่อมไม่อาจคาดเดาสถานที่ที่นางมุ่งหน้าไปเมื่อเช้า ได้แต่ถือว่าสิ่งที่นางบอกเป็นความจริงทั้งหมด
หากออกจากปากคุณหนูตระกูลผู้ดีคนอื่นเหตุผลนี้จัดว่าเหลวไหลสิ้นดี
ทว่าเมื่อออกจากปากเจียงเสวี่ยหนิง กลับช่างสมเหตุสมผล
ถึงอย่างนั้นข้ออ้างของนางก็ยังคงทำให้เจียงปั๋อโหยวถอนหายใจ “ในเมื่อยังเหลือความอาลัยเช่นนั้นพิจารณาล้มเลิกการไปแดนสู่ดีหรือไม่หากเจ้าไม่ชอบอยู่บ้านก็หาผู้ที่พึงใจสักคนแล้วแต่งกับเขา ใช่จะเป็นไปไม่ได้เสียหน่อย”
เจียงเสวี่ยหนิงเงยหน้ามองเจียงปั๋อโหยว
เมื่อคืนเจียงปั๋อโหยวเพิ่งคิดจะยกเรื่องนี้มาหารืออยู่เลย แต่เห็นนางมีท่าทางเหม่อลอยจึงทำได้เพียงคุยเรื่องที่ต้องจัดการทั้งหมดเพื่อไปแดนสู่สุดท้ายไม่ทันได้เอ่ยปากก็ถึงบ้านเสียก่อน เขาจึงผัดผ่อนมาพูดเอาวันนี้ “ในงานเลี้ยงเมื่อวานพ่อต้องใจผู้มีบุคลิกลักษณะไม่เลวคนหนึ่ง ใคร่ครวญโดยละเอียดแล้วพบว่าเหมาะสมกับเจ้าจริง ๆหากตกลงปลงใจ ไม่แน่ว่า อาจเป็นบุพเพสันนิวาสอันน่ายินดี”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่มีอารมณ์สนใจเรื่องนี้จึงส่ายศีรษะ
เจียงปั๋อโหยว