งกลับมาจากสถานที่อันมืดมิดและเปล่าเปลี่ยวสักแห่ง เขาตอบอย่างเนิบช้า “วันนี้ไม่ไปขอรับ”
วันเข้าร่วมฟังราชกิจต้องตื่นแต่เช้าตรู่ เขาไม่เคยไปสายมาก่อน
เมื่อวานยังไม่ได้แจ้งด้วยซ้ำว่าวันนี้ลาเจี่ยงซื่อนิ่งอึ้ง เงียบงันอยู่นานก่อนจะเอ่ยว่า“เช่นนั้นข้าจะไปตลาดซื้อกับข้าวมาสักหน่อย กินข้าวเช้าเสร็จค่อยไปศาลาว่าการแล้วกันนะ”
นางเก็บข้าวของและหิ้วตะกร้าไม้ไผ่สานขนาดเล็กออกจากบ้าน
ยามเช้าตลาดคึกคักมากที่สุด
นางเลือกปลาไนสีดำหนักสองจินมาตัวหนึ่งซื้อขิงอ่อน ต้นหอมและกุยช่ายเล็กน้อย รวมถึงเต้าหู้สดใหม่ สุดท้ายก็เลือกซื้อสันคอหมูสภาพไม่เลวมาหนึ่งชิ้น เอาใส่ตะกร้าและเดินกลับบ้าน
ขาไปตลาดท้องฟั้ายังคงขมุกขมัวทว่าขากลับเริ่มปรากฏแสงแรกแห่งรุ่งอรุณแล้ว
เพียงแต่เมื่อเจี่ยงซื่อเดินเลี้ยวเข้าตรอกอันคุ้นเคยและมองเห็นเรือนเก่าคร่ำคร่าของตนก็พบว่ามีหญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าขั้นบันไดปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำ นางสวมชุดกระโปรงลายเทพสถิตแขนเสื้อหลวมกว้างสีเงินยวง ใบหน้าปราศจากการผัดแปั้งเติมชาด ผิวพรรณดูขาวซีดภายใต้แสงอรุโณทัย นางเงยหน้าเล็กน้อยเสมือนกำลังทอดสายตามองบานประตูไม้แตกลายด้วยจิตใจอันเลื่อนลอย
เช้าตรู่ขนาดนี้…
เจี่ยงซื่อลังเลสักพักแล้วจึงเดินเข้าไปถามด้วยรอยยิ้ม “แม่นางมาหาใครหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงหันศีรษะกลับมา พบว่าตนยืนอยู่ตรงนี้เป็นเวลานานมากแล้ว
นางเห็นเจี่ยงซื่อ สตรีผู้มีรูปร่างหน้าตาธรรมดา ความยาก