มีสิ่งใดดีไปกว่านี้อีกแล้วละ ส่วนลาภยศสรรเสริญน่ะถึงจะดี แต่หากต้องไล่ตามไขว่คว้าก็รังแต่จะทำให้เหน็ดเหนื่อย”
จางเจอไม่ได้อธิบาย
เจี่ยงซื่อถอนหายใจ เดินออกจากห้องอักษรอันแสนธรรมดาพร้อมกำชับให้เขาพักผ่อนโดยเร็วเช่นกัน จากนั้นจึงปิดประตู
เขานำเอกสารจากกรมอาญากลับมาอ่านที่บ้านจำนวนมากบัดนี้ล้วนกองสูงบนโต๊ะ
เปลวไฟของตะเกียงด้านข้างสะบัดวูบไหวเบาๆ ส่องสะท้อนตัวอักษรสีดำซึ่งทอดตัวบนแผ่นกระดาษ ทว่ากลับมิอาจเข้าถึงครรลองจักษุแม้แต่น้อย
จางเจอรู้สึกว่าแสงจ้า จึงขยับตะเกียงออกอีกนิด
ตัวอักษรบนกระดาษจึงพร่ามัวกว่าเดิม
เขานั่งห่อเหี่ยวอยู่หลังโต๊ะ ไม่ขยับเขยื้อนตลอดคืนเหมือนน้ำหมึกซึ่งค่อย ๆ แห้งกรังในจานฝนหมึกบนโต๊ะแสงตะวันต้นคิมหันต์มาเยือนอย่างรวดเร็ว
เสียงตามท้องตลาดดังโหวกเหวกอีกครา
เจี่ยงซื่อตื่นเช้ามาต้มโจ๊ก นึกว่าจางเจอจะเดินทางเข้าร่วมฟังราชกิจตั้งแต่ฟั้ายังไม่สางดังเดิม นางจึงกะจะฉวยโอกาสขณะอากาศอบอุ่นขึ้นเก็บกวาดและจัดระเบียบบ้านช่องห้องหอ ผู้ใดจะคาดคิดว่าเมื่อมาถึงหน้าห้องนอนเขาเพิ่งใช้มือสัมผัสประตูห้องก็เปิด ที่นอนหมอนมุ้งเป็นระเบียบเรียบร้อย ชัดเจนว่าเมื่อคืนปราศจากคนมาใช้
ครั้นผินหน้าไปจึงพบว่าประตูห้องอักษรปิดสนิทฟั้ายังไม่สว่าง แสงตะเกียงลอดออกมาเล็กน้อย
นางลังเลครู่หนึ่ง เมื่อมาถึงประตูก็เคาะเบา ๆ“วันนี้ไม่ไปร่วมฟังราชกิจหรือ”
เรือนกายหลังโต๊ะของจางเจอขยับเล็กน้อยราวกับถูกดึ