นับจากวันนี้จึงมีข่าวลือในสภาฮั่นหลิน กล่าวกันว่าเจียงปั๋อโหยวรองเสนาบดีกรมคลังกับเซี่ยเวยรองราชครูขององค์รัชทายาททะเลาะเบาะแว้งกันเพราะกระดาษคำตอบการสอบระดับแคว้น ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องศีลธรรมจรรยา รองเสนาบดีเจียงผู้เป็นมิตรกับคนอื่นเสมอมาใบหน้าถมึงทึง กระทั่งว่ายังเปล่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันเซี่ยเวยด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่งถึงสองที กล่าวเพียงว่า “มีเช่นนี้ที่ไหนกัน มีเช่นนี้ที่ไหนกัน” แล้วสะบัดแขนเสื้อจากไป
ไม่มีใครคิดเป็นอื่น
อย่างไรเสียผู้ที่สูงสง่ากอปรด้วยความดีงามและเที่ยงธรรมเช่นรองราชครูเซี่ยจะไปข้องแวะกับคำว่า ‘ศีลธรรมจรรยา’ ได้อย่างไร
เจียงปั๋อโหยวเสียอีกหลังจากพูดจาไม่ลงรอยกับเซี่ยเวยก็จิตใจขุ่นมัวฝังรากลึก รู้สึกได้ราง ๆว่าการที่บุตรีเป็นที่หมายปองของผู้มีอำนาจสูงส่งย่อมมิใช่เรื่องดี มิหนำซ้ำสีหน้าของเซี่ยเวยทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์ยังแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว นึกสงสัยเสียจริงว่าคนผู้นี้ใช่เซี่ยจวีอันคนเดียวกับที่ตนเคยรู้จักหรือไม่
ขบคิดพิจารณาอยู่หลายหน พอกลับบ้านจึงไปหาเจียงเสวี่ยหนิงเพื่อถามไถ่
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงตื่นมายามบ่ายก็เริ่มสั่งให้สาวใช้นับจำนวนทรัพย์สินที่ตนมีในปัจจุบันใหม่จากนั้นเขียนจดหมายตอบโหยวฟางอิ๋น วางแผนว่าเดือนนี้จะเดินทางไปแดนสู่ เมื่อเจียงปั๋อโหยวสั่งให้คนมาเชิญตัวนางจึงได้จังหวะพอดี
ภายในห้องอักษร ฉางจั๋วซึ่งคอยปรนนิบัติรับใช้ข้างกายเจียงปั๋อโ