องการถามไถ่ให้แน่ชัด แต่‘ร่ำรวยครึ่งเมือง’ สี่พยางค์นั้นกลับดังกึกก้องต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่าภายในหัวสมองนางดั่งระฆังยักษ์ ทำให้นางว้าวุ่นสับสนจนตกใจตื่นจากความฝันปราศจากที่มาที่ไปนี้นางพลันลืมตา พลิกกายลุกขึ้นนั่งทันที
ผ้าห่มผืนบางไหลลื่นหล่นจากหน้าอก
สายลมสดชื่นพัดมาจากภายนอก เจียงเสวี่ยหนิงพลันเย็นวาบบริเวณหน้าผากและทั่วสรรพางค์กาย นางถึงค่อยรู้สึกตัวว่าหลั่งเหงื่อเย็นท่วมร่าง แม้แต่ด้านหลังเสื้อชั้นกลางยังเปียกชื้นแนบท้ายทอย ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว
ลืม
นางต้องลืมเรื่องสำคัญอะไรไปแน่
ค่อนเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากขัดขวางเสิ่นจื่ออีไม่ให้เดินทางไปอภิเษกสมรสไม่สำเร็จ ทำให้นางไร้ชีวิตชีวา ใช้ชีวิตราวกับศพเดินได้และเหมือนแมลงวันไร้หัวปราศจากจุดมุ่งหมายประหนึ่งไม่มีสิ่งใดมากระตุ้นความสนใจและควรค่าให้นางใส่ใจ
แต่ไม่มีสิ่งใดจริงหรือ?
ร่ำรวยครึ่งเมือง
โหยวฟางอิ๋นในชาติก่อน…
ลงเดิมพันทั้งสองฝั่าย?นางเค้นสมองพยายามครุ่นคิดซ้ำ ๆ ในที่สุดก็ปรากฏประกายแสงสว่างวาบท่ามกลางความคิดนับหมื่น เจียงเสวี่ยหนิงเลิกผ้าห่มผืนบาง ลุกจากเตียงพร้อมตะโกนเสียงดังออกไปข้างนอก“ถังเอ๋อร์ เหลียนเอ๋อร์! จดหมายจากแดนสู่ล่ะ”
เหลียนเอ๋อร์ที่อยู่ข้างนอกตกใจสะดุ้งโหยง
ครั้นถังเอ๋อร์ได้ยินจึงรีบไปหยิบจดหมายซึ่งวางอยู่ที่ห้องอุ่นแล้วเดินเข้ามา เดิมทีจะยื่นส่งให้ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงรีบคว้าไปก่อน นางฉีกซองจดหมายและเริ่มอ่า