่อยากเชื่อเลยว่าตนกำลังได้ยินสิ่งใด
สมองมีแต่ความสับสน
ครั้นสติกลับคืนมา นางก็อดเซถอยหลังก้าวหนึ่งไม่ได้ พูดราวกับตกในห้วงแห่งความฝัน“เป็นไปได้อย่างไรเพคะ เห็นชัด ๆ ว่าองค์หญิงไม่ทรงยินดีจะเสด็จไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต๋าต๋า นี่ไม่สมควรให้พระองค์เสด็จและไม่อาจให้เสด็จด้วย ในเมื่อไม่ทรงยินยอมไยต้องเสด็จไปเล่า หม่อมฉันเตรียมการไว้พร้อมสรรพ ขอเพียงทรงกลับไปตำหนักหมิงเฟิงแล้วเปลี่ยนฉลองพระองค์ก็จะทรงหนีไปจากกำแพงวังที่รายล้อมทั้งสี่ด้านได้ ชีวิตไร้อิสรภาพเช่นนี้เหตุใดถึงไม่จากไป เพราะเหตุใดถึงจะไม่จากไปล่ะเพคะ”
เสิ่นจื่ออีคิดไม่ถึงว่านางจะยึดถือวาจายามเมามายของตนเป็นเรื่องจริง แม้จะสะกดกลั้นความอัดอั้นมาหลายครั้ง ทว่าน้ำตาอุ่นร้อนก็ยังคงปริ่มขอบตา
นางพยายามแหงนศีรษะไม่ให้น้ำตาร่วงหล่น
ปลายจันทร์เสี้ยวประดับด้วยเงาต้นอู๋ถงประกายแสงเย็นเฉียบทาบทับใบหน้าขาวซีดของนาง ทว่าชาดซึ่งแต่งแต้มพวงแก้มงามแฉล้มกลับแดงระเรื่ออย่างน่าประหลาด
สายลมโบกโชย แขนเสื้อหลวมกว้างพลิ้วไสว
นางคิดว่าตนไม่ควรผิดต่อการเตรียมการซึ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่รู้เท่าใดของหนิงหนิงสมควรจากไปให้มันรู้แล้วรู้รอดตามนิสัยไร้เดียงสาและเอาแต่ใจที่เคยเป็นมา แต่ถึงกระนั้นกลับมีบางสิ่งที่หนักอึ้งและล้ำลึกยิ่งกว่ากำลังกดทับอยู่บนบ่า จมดิ่งถึงก้นบึ้งของหัวใจ
ยามนี้เจียงเสวี่ยหนิงอ่านสีหน้าของนางไม่ออก มองสายตานางไม่ค่อยชัดแจ