ป็นลูกพี่ลูกน้องที่แสนดี ทว่ายามนี้กลับกลายเป็นพี่สะใภ้
เสิ่นจื่ออีกวาดสายตามองรอบด้าน “มีคนเฝั้าแน่นหนาจริงนะ หรือเสียนเฟยยังกังวลว่าข้าจะหลบหนีอีก”
เซียวซูประทินโฉมจนเพริศพริ้งกล่าวคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “องค์หญิงอาจไม่ทรงหลบหนี แต่รับรองได้หรือว่าผู้อื่นจะไม่คิดช่วยเหลือ”
“พรืด”
เสิ่นจื่ออีพลันหลุดหัวเราะ เคลื่อนสายตากลับมามองร่างเซียวซู
“ที่จริงเสด็จแม่ทรงชื่นชมเจ้ามาตั้งแต่เด็กตรัสอยู่เสมอว่าให้ข้าสนิทสนมกับเจ้าให้มาก เดิมทีเจ้ากับข้าก็ถือเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ย่อมสนิทชิดเชื้ออยู่แล้ว แต่บัดนี้เจ้าเปลี่ยนสถานะกลายเป็นพี่สะใภ้ของข้า เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสด็จแม่กริ้วจนประชวรเพราะเจ้า เจ้านี่ก็ช่างกตัญูเสียจริง ประพฤติตนได้ไม่ผิดต่อการอบรมสั่งสอนของนางเลยเชียว ช่วงนี้เปินกงมักมีคำพูดหนึ่งเก็บงำในใจอยากกล่าวกับเจ้าเหลือเกิน เจ้ารู้หรือไม่…”เซียวซูยืนมองนางอยู่หน้าขั้นบันได
เสิ่นจื่ออีเดินลงไปก้าวหนึ่ง ยืนบนตำแหน่งสูงกว่าหนึ่งขั้น พลันเงื้อมือตบหน้านางโดยไม่บอกไม่กล่าว!
เพียะ!
เซียวซูคาดไม่ถึง ปินทองซึ่งเสียบเรือนผมหล่นกระแทกพื้น รูม่านตาหดรั้ง
ความเกรี้ยวกราดอันดำมืดปรากฏเล็กน้อยภายในดวงตา
แต่นางไม่ได้บันดาลโทสะ จ้องตอบเสิ่นจื่ออีด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
เสิ่นจื่ออีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“เจ้าทำตัวต่ำช้าเสียจริง”