ผู้ที่เคยรักใคร่ตามใจและเอาใจใส่นางพลันแปรผัน พวกเขาทั้งแล้งน้ำใจ โหดร้าย รวมถึงสร้างความลำบากใจและความคับแค้น เรียกได้ว่าตัวนางเองยังเหมือนไม่รู้จักพวกนั้นเลย ทั้งยังไม่กล้ายอมรับว่ารู้จักด้วย
ยามนี้นางจึงเข้าใจแล้วว่าแม้มีสถานะสูงส่งเป็นถึงองค์หญิง แต่บางครั้งโชคชะตาก็ไม่อยู่ในการควบคุม มิหนำซ้ำเนื่องจากตนเป็นองค์หญิงนั้นแล โชคชะตาจึงยิ่งยากจะคาดเดาและต้านทาน เฉกเช่นรอยแผลเป็นที่ไม่อาจลบเลือนได้ตลอดกาลนี้
ยี่สิบปีก่อนสิ่งที่เล็งใส่นางคือคมอาวุธของโจรกบฏ
ยี่สิบปีต่อมาสิ่งที่ทำร้ายนางคือการทอดทิ้งของผู้ร่วมสายโลหิต
ตำหนักหมิงเฟิงประดับประดาสีสันสดใส
นางจ้องมองใบหน้าซึ่งเผยความสงบเยือกเย็นผิดสามัญในคันฉ่อง รู้สึกว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาตนซูบผอมลงเล็กน้อย คล้ายต่างจากในกาลก่อนอยู่บ้าง ทว่าก็มิได้อาลัยอาวรณ์นักมีเสียงเร่งจากภายนอกขณะนางหลุบตาพร้อมลุกพอดี
เป็นกระแสเสียงที่ไพเราะเสนาะหูทว่าเย็นชา“องค์หญิงใหญ่ เสียเวลาไปหนึ่งเค่อ ฝั่าบาทกับไทเฮาคงทรงรอนานแล้ว”
เสิ่นจื่ออีเดินออกไป
ครั้นทอดสายตามองนอกประตูตำหนักไกลๆก็เห็นองครักษ์สองนายยืนเฝั้าระวังอย่างเข้มงวดเมื่อเทียบกับตำหนักหมิงเฟิงก่อนหน้านี้ก็มิรู้ว่าคุ้มกันแน่นหนากว่าตั้งเท่าใด นางกำนัลและขันทีต่างยืนก้มหน้าใต้กำแพงวังสีชาด เซียวซูซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเสียนเฟยได้เดือนกว่ายืนอยู่หน้าสุด
ในอดีตเคยเป็นสหายร่วมศึกษาหาความรู้เ