บาทและไทเฮาแล้ว อดีตพระสหายร่วมศึกษาก็จะเข้าวังมาถวายคำอำลาถึงตอนนั้นค่อยเชิญคุณหนูรองเจียงวาดถวายพระองค์นะเพคะ”
เสิ่นจื่ออีหัวเราะ
“หากนางมาเกรงว่าคงร้องไห้ขี้มูกโปั่งจนไม่อาจถือพู่กันได้มั่นคงแน่ ไหนเลยจะวาดให้ข้าได้อีก”
รอยแผลเป็นนี้เกิดจากคมอาวุธกรีดใบหน้าขณะผิงหนานอ๋องและนิกายสวรรค์ก่อกบฏตั้งแต่นางยังแบเบาะ โชคดีที่แม่นมคุ้มกันนางไว้ใต้ร่างก่อนจะสิ้นชีวิตถึงรอดพ้นอุบัติภัย สำหรับบรรดาผู้เคยประสบเหตุการณ์ภายในวังหลวง รอยแผลเป็นนี้คอยย้ำเตือนพวกเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันถึงความอัปยศและเคราะห์กรรมที่ราชวงศ์เคยได้รับ
ยามยังเยาว์นางไม่กล้าส่องคันฉ่อง
เมื่อเจริญวัยขึ้นเรื่อย ๆ คนรอบกายต่างบอกว่านางคือองค์หญิงผู้สูงส่ง ไม่ว่าจะมีรูปโฉมเช่นไรหากนางต้องการสิ่งใดย่อมได้รับสิ่งนั้น เนื่องจากมีสายพระโลหิตขัตติยวงศ์อยู่ในกาย ไม่มีวันแปรเปลี่ยนเพราะรอยแผลเป็นนี้เด็ดขาด
นานวันเข้านางจึงเชื่อ
เนื่องจากคนเหล่านี้พูดไม่ผิด แทบไม่มีสิ่งใดในแผ่นดินที่นางไม่ได้มา ครั้นอยู่ในวังจนเบื่อหน่ายก็เรียกตัวบุตรหลานชนชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เข้าวังมาเล่นสนุก ทุกคนต่างสรรเสริญเยินยอนางนั่งอยู่บนพระเพลาของพระราชบิดาและเล่นฎีกาบนโต๊ะทรงงาน จะแอบอยู่ด้านหลังพระเชษฐาและดึงพระเกศาของพระองค์ก็ยังได้ หรือหากไปเที่ยวเล่นที่จวนหย่งอี้โหวแล้วก่อเรื่องก็มีเยี่ยนหลินช่วยออกหน้ารับผิดให้แทน…
ทว่าตอนนี้นางไม่อยากไปอภิเษกสมรส