ยความว่าไม่อาจใช้ไม้อ่อนและจำต้องใช้ไม้แข็งแทน ยามนี้การทำความเข้าใจขั้นตอนการส่งองค์หญิงไปอภิเษกสมรสอย่างถ่องแท้จึงสำคัญมาก
สำนักโหรหลวงเป็นผู้กำหนดวันเดินทางไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธ- ไมตรีที่ต๋าต๋าของเสิ่นจื่ออี กำหนดไว้ที่วันที่ยี่สิบเอ็ดเดือนสาม ห่างจากตอนนี้ไม่ถึงหนึ่งเดือน กรมโยธาธิการสั่งให้คนสร้างราชรถขนาดใหญ่อันแข็งแรงและเลือกเฟั้นอาชาพ่วงพีสี่ตัวเพื่อลากจูง
องค์หญิงต้องเสด็จไปสักการะศาลบรรพชนพร้อมฮ่องเต้ก่อนหนึ่งวัน
วันออกขบวนเสด็จต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อแต่งหน้า ประดับเครื่องยศ สวมพระมาลาคลุมพระพักตร์ หลังจากถวายพระพรลาฮ่องเต้และเหล่าพระประยูรญาติแล้วจึงจะเดินทางออกจากวัง จากนั้นจะดำเนินการตามกฎมณเฑียรบาลแห่งการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีซึ่งสืบทอดกันมา มอบองครักษ์หนุ่มชั้นยอดจำนวนแปดร้อยนายซึ่งผ่านการเลือกเฟั้นจากกองทัพอี่ว์หลิน[1] ออกเดินทางปลายวสันตฤดู หากมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนืออากาศจะกำลังดี ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
จึงมีแผนการช่วยเหลือคร่าว ๆ สองประการ
ประการแรก หลังจากองค์หญิงเสด็จออกจากเมืองหลวง การคุ้มกันจะหย่อนยาน ล้วนมีโอกาสลักพาตัวหรือหลบหนีระหว่างทางเพียงแต่ลักพาตัวน่ะง่าย ทว่าสับเปลี่ยนคนมันอีกเรื่อง ถ้าองครักษ์ซึ่งถวายการอารักขาระหว่างทางเคยเห็นรูปโฉมที่แท้จริงของเสิ่นจื่ออีไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไรเรื่องย่อมแดง
ประการที่สอง ลงมือตั้งแต่ช่วงก่อ